ผลของน้ำหมักชีวภาพจากของเหลือทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมปลาป่นต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของผักกาดหอมห่อและดาวเรือง
รหัสดีโอไอ
Creator อารีรัตน์ ขณะรัตน์
Title ผลของน้ำหมักชีวภาพจากของเหลือทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมปลาป่นต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของผักกาดหอมห่อและดาวเรือง
Contributor คณิตา ตังคณานุรักษ์, รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์, อนันต์ พิริยะภัทรกิจ
Publisher Thammasat University
Publication Year 2562
Journal Title Thai Journal of Science and Technology
Journal Vol. 8
Journal No. 1
Page no. 43-53
Keyword น้ำหมักชีวภาพ, กากของเสีย, โรงงานปลาป่น
URL Website https://www.tci-thaijo.org/
Website title THAIJO
ISSN 2286-7333
Abstract การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำของเหลือทิ้งจากโรงงานปลาป่นมาใช้ประโยชน์ด้วยการนำมาผลิตเป็นน้ำหมักคุณภาพดี โดยศึกษาสัดส่วนวัตถุดิบและวิธีการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งโรงงานปลาป่น ซึ่งพบว่าสัดส่วนวัตถุดิบที่เหมาะสมคือ เลือดปลา 15 ลิตร : ก้างปลา 1 กิโลกรัม : กากน้ำตาล 5 ลิตร และหัวเชื้อแบคทีเรียผลิตกรดแลคติค 0.2 ลิตร หมักในถังหมักที่มีการกวนเป็นระยะๆ เป็นเวลา 21 วัน ทำให้ได้น้ำหมักที่มีปริมาณธาตุอาหารหลัก (N-P-K) สูงที่สุด เท่ากับ 1.08-1.73-2.04 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งให้ธาตุอาหารรอง Mg, Ca และ S สูงที่สุดเท่ากับ 0.21, 0.19 และ 0.14 mg/L เมื่อนำน้ำหมักไปใช้ฉีดพ่นเป็นปุ๋ยทางใบในอัตราการเจือจางด้วยน้ำ 1: 150 สำหรับผักกาดหอมห่อ เปรียบเทียบกับปุ๋ยปลาทางการค้า พบว่าน้ำหมักจากวัสดุเหลือทิ้งโรงงานปลาป่นช่วยให้ผักกาดหอมห่อมีการเจริญเติบโตมากกว่า โดยผักกาดที่ได้มีน้ำหนักสด 91.68 และ 81.39 กรัม ตามลำดับ และเมื่อนำน้ำหมักที่ได้ไปปรุงเป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมีสูตร 3-3-3 แล้วนำไปทดสอบกับดาวเรืองเปรียบเทียบกับการให้ปุ๋ยเคมีตามอัตราแนะนำ พบว่าปุ๋ยอินทรีย์เคมี 3-3-3 ช่วยให้ต้นดาวเรืองมีการเจริญเติบโตทางต้น และปริมาณและคุณภาพของดอกได้ไม่แตกต่างกับการใช้ปุ๋ยเคมี โดยต้นดาวเรืองที่ให้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีมีดอกขนาด 6.56 ซม. จำนวน 4.33 ดอกต่อต้น ขณะที่ปุ๋ยเคมีให้ผลผลิตดอกขนาด 6.71 ซม. จำนวน 4.67 ดอกต่อต้น
Thai Journal of Science and Technology

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ