การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์พิทูเนียดอกใหญ่โดยวิธีการผสมข้ามและทดสอบลูกผสมโดยการปักชำ
รหัสดีโอไอ
Creator จักรกฤษ แย้มสุดใจ
Title การคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์พิทูเนียดอกใหญ่โดยวิธีการผสมข้ามและทดสอบลูกผสมโดยการปักชำ
Contributor ธัญญะ เตชะศีลพิทักษ์, พัฒนา สุขประเสริฐ, สุวิสา พัฒนเกียรติ, อนันต์ พิริยะภัทรกิจ
Publisher Thammasat University
Publication Year 2561
Journal Title Thai Journal of Science and Technology
Journal Vol. 7
Journal No. 3
Page no. 249-260
Keyword การทนต่อสภาพแวดล้อม, การปักชำ, การผสมตัวเองไม่ติด, การงอกของเมล็ด
URL Website https://www.tci-thaijo.org
ISSN 2286-7333
Abstract พิทูเนียเป็นไม้ดอกที่มีสวยงามและได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของพิทูเนียที่ขยายพันธุ์โดยการปักชำได้ เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี การศึกษาครั้งนี้ได้ปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์พิทูเนียดอกใหญ่ โดยศึกษาลักษณะบางประการของพิทูเนียในรุ่นลูกผสมจากพิทูเนียทางการค้า 8 พันธุ์ ผสมข้ามกับพันธุ์พิทูเนียเลื้อยที่สามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำได้ พบว่าพิทูเนียแต่ละคู่ผสมในรุ่นลูกผสมมีเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดและการรอดชีวิตของต้นกล้าส่วนใหญ่สูงกว่าพิทูเนียในพันธุ์แม่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกเฉลี่ยตั้งแต่ 2.23-6.93 เซนติเมตร สีของดอกในรุ่นลูกผสมมีการกระจายตัวทั้งหมด 38 สี แต่ละคู่ผสมมีการกระจายตัวของสีดอก 5-13 สี ซึ่งสีทั้งหมดอยู่ในกลุ่มสีหลัก 4 กลุ่มสี ได้แก่ red-purple group, purple group, purple-violet group และ white group ลูกผสมพิทูเนีย 12 ต้น ได้คัดเลือกจากต้นที่มีลักษณะดอกใหญ่ มีสีสันสวยงาม และเกิดการผสมตัวเองไม่ติด เมื่อทดสอบการปักชำพบว่ามีลูกผสม 6 ต้น ที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ ลูกผสม Grand White 1, Lime Green 1, Prism Blue 1, Prism Strawberry Sundae 1, Prism Strawberry Sundae 2 และ Prism Strawberry Sundae 3 โดยมีประสิทธิภาพการปักชำที่สูงไม่แตกต่างทางสถิติกับต้นพ่อ ซึ่งลูกผสมพิทูเนียที่ได้มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นพันธุ์ทางการค้าต่อไปในอนาคต และสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการปรับปรุงพันธุ์พิทูเนียต่อไปได้
Thai Journal of Science and Technology

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ