|
การวิเคราะห์กระบวนการขออนุญาตเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. กนกพร จันทศรี 2. นุศราพร เกษสมบูรณ์ |
| Title | การวิเคราะห์กระบวนการขออนุญาตเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหาร |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2560 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 396-405 |
| Keyword | วัตถุเจือปนอาหาร, เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท, โปรแกรมคำนวณ, การคุ้มครองผู้บริโภค, เภสัชสาธารณสุข |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์: เพื่อวิเคราะห์กระบวนการขออนุญาตเกี่ยวกับเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท สรุปปัญหาที่พบ สร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาเบื้องต้น และพัฒนาข้อเสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิผลของกระบวนการขออนุญาตฯ วิธีการ: การศึกษานี้แบ่งเป็นสองระยะ ระยะที่หนึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลจากการปฏิบัติงานอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารก่อนออกสู่ตลาด ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอันตรายและการใช้วัตถุเจือปนในอาหาร และรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นจากนโยบายและกระบวนการขออนุญาตฯ ในการศึกษาระยะที่สอง ผู้วิจัยสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบชนิดและปริมาณวัตถุเจือปน และประเมินเครื่องมือในผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ 25 ราย ผู้วิจัยประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อโปรแกรมหลังจากทดลองใช้โปรแกรม ผลการวิจัย: นโยบายรัฐบาลและการปรับลดสถานะของอาหารประเภทเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท เป็นอาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน มีผลให้ขั้นตอนการขออนุญาตสั้นลงและใช้เวลาน้อยลง และผู้ประกอบการไม่ต้องแนบผลวิเคราะห์อาหารในการขออนุญาต แต่เพิ่มความรับผิดชอบให้แก่ผู้ผลิตในการตรวจสอบชนิดและปริมาณวัตถุเจือปนด้วยตนเอง ผู้ขออนุญาติในภูมิภาคส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่ขาดความรู้ในการคำนวณปริมาณวัตถุเจือปน เจ้าหน้าที่ต้องรับภาระช่วยตรวจสอบให้ ทำให้เกิดความล่าช้าในการอนุญาต โปรแกรมคำนวณปริมาณวัตถุเจือปนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ใช้ สามารถใช้งานได้ดี ผู้ใช้พึงพอใจต่อโปรแกรมฯ มากถึงมากที่สุดในทุกประเด็นที่ประเมินในงานวิจัย สรุป: การพัฒนากระบวนการขออนุญาตให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพตามนโยบายรัฐบาลในปัจจุบันนั้น ควรมีการแก้ปัญหาใน 3 ระยะคือ มาตรการระยะเร่งด่วน ได้แก่ การสนับสนุนเครื่องมือให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค มาตรการระยะกลาง ได้แก่ การพัฒนาความรู้แก่ผู้ประกอบการ และมาตรการระยะยาว ได้แก่ การปรับแก้กฎหมายและนโยบาย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมาย |