การค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาโดยใช้เครื่องมือส่งสัญญาณของโรงพยาบาลประจำจังหวัดในประเทศไทย
รหัสดีโอไอ
Creator 1. น่ารัก ยี่สุ่นแป้น
2. ปราโมทย์ ตระกูลเพียรกิจ
3. วรรณี กีรติเตชากร
4. ทิฆัมพร เอื้อวิเศษวงศ์
5. ธิดา นิงสานนท์
6. อุษา ฉายเกล็ดแก้ว
7. บุษบา จินดาวิจักษณ์
8. สุวัฒนา จุฬาวัฒนทล
9. สมาชิกทีมนำ AdCoPT
Title การค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาโดยใช้เครื่องมือส่งสัญญาณของโรงพยาบาลประจำจังหวัดในประเทศไทย
Publisher คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Publication Year 2558
Journal Title วารสารเภสัชกรรมไทย
Journal Vol. 7
Journal No. 2
Page no. 234-249
Keyword เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา, ตัวส่งสัญญาณ, ความปลอดภัยจากการใช้ยา
ISSN 1906-5574
Abstract วัตถุประสงค์: เพื่อประเมินการใช้เครื่องมือส่งสัญญาณของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา (Adverse Drug Events; ADEs) ที่ดัดแปลงจากเครื่องมือของนักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยตัวส่งสัญญาณ 24 ชนิดสำหรับค้นหาความถี่และลักษณะของ ADEs ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล วิธีการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบสังเกตย้อนหลังโดยทบทวนเวชระเบียนของผู้ป่วยในหอผู้ป่วยอายุรกรรมทุกราย ณ โรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งในเขตภาคกลาง ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน พ.ศ. 2554 เภสัชกรผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยการทบทวนเวชระเบียนอย่างเป็นระบบเพื่อตรวจหาตัวส่งสัญญาณ หากพบตัวส่งสัญญาณ ผู้วิจัยประเมินว่า ผู้ป่วยเกิด ADEs หรือไม่ ผลการวิจัย: จากเวชระเบียนจำนวน 300 ฉบับ พบตัวส่งสัญญาณ 344 ครั้ง จากตัวส่งสัญญาณ 13 ชนิด โดย 47 ครั้งของการพบตัวส่งสัญญาณแสดงถึง ADEs จำนวน 33 เหตุการณ์ในผู้ป่วย 31 คน คิดเป็นอัตราการเกิด ADEs ร้อยละ 11.0 ของจำนวนครั้งของการรักษาตัวในโรงพยาบาล (95% CI 7.1-14.6) หรือ 26.3 ครั้งต่อ 1,000 วันนอน (95% CI 17.3-35.3) จำนวน ADEs ที่ป้องกันได้มี 12 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 36.4 (95%CI 19.6-53.2) ADEs 24 เหตุการณ์ (ร้อยละ 72.7 ของ ADEs ทั้งหมด) เป็นสาเหตุของการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ADEs 25 เหตุการณ์ (ร้อยละ 75.8 ของ ADEs ทั้งหมด) มีความรุนแรงระดับ F (ทำให้เกิดอันตรายชั่วคราวที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาหรือทำให้อยู่โรงพยาบาลนานขึ้น) กลุ่มยารับประทานลดน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน เป็นกลุ่มยาที่พบอันดับแรกที่ทำให้เกิด ADEs โดยพบ 10 เหตุการณ์จาก 33 เหตุการณ์ (คิดเป็นร้อยละ 30.3) อาการแสดงของ ADEs ที่พบมากที่สุด คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ พบ 10 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 30.3 สรุป: ควรมีการปรับเปลี่ยนตัวส่งสัญญาณให้เหมาะสมกับลักษณะการเกิด ADEs ที่พบโดยการใช้ตัวส่งสัญญาณมากกว่า 1 ชนิดร่วมกัน และการใช้ตัวส่งสัญญาณที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ยาและการปฏิบัติงานในสถานพยาบาลนั้น ๆ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า เครื่องมือส่งสัญญาณที่นำมาใช้มีแนวโน้มเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ADEs และควรมีการพัฒนาเครื่องมือส่งสัญญาณให้เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยในประเทศไทยต่อไป
วารสารเภสัชกรรมไทย

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ