|
การประเมินการใช้ยาสมุนไพรและยาแผนไทยของสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดร้อยเอ็ดในปี 2557 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธีราวุฒิ มีชำนาญ |
| Title | การประเมินการใช้ยาสมุนไพรและยาแผนไทยของสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดร้อยเอ็ดในปี 2557 |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| Publication Year | 2558 |
| Journal Title | วารสารเภสัชกรรมไทย |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 155-166 |
| Keyword | การแพทย์แผนไทย, ยาสมุนไพร ยาแผนไทย, เภสัชกรรมโรงพยาบาล |
| ISSN | 1906-5574 |
| Abstract | วัตถุประสงค์ : เพื่อวิเคราะห์การใช้ยาสมุนไพรและยาแผนไทยของสถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดร้อยเอ็ดในปี 2557 และศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งเสริมและ อุปสรรคต่อการสั่งจ่ายยาดังกล่าว วิธีการศึกษา : ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูล Data Center ในเรื่องของมูลค่าของการบริโภคยา การวินิจฉัยโรค และการสั่งจ่ายยา นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลเรื่องปัจจัยที่ส่งเสริมและอุปสรรคต่อการสั่งจ่ายยาสมุนไพรและยาแผนไทย ตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม คือ ผู้เกี่ยวข้องกับการสั่งจ่ายยา 150 คน ประกอบด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน จำนวน 3 คน ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนไทย จำนวน 4 คน พยาบาล จำนวน 40 คน เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน จำนวน 86 คน นักวิชาการสาธารณสุข จำนวน 12 คน และเภสัชกร จำนวน 5 คน ผลการศึกษา : ในปี 2557 สถานพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้ใช้บริการที่แผนกผู้ป่วยนอกทั้งสิ้น 1,493,298 คน คิดเป็นการบริการจำนวน 5,851,144 ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่รับบริการการแพทย์แผนไทย 223,058 คน หรือร้อยละ 14.94 รวมจำนวนครั้งของการบริการแพทย์แผนไทย 434,363 ครั้งหรือร้อยละ 7.42 สถานพยาบาลมียาสมุนไพรและยาแผนไทยเฉลี่ย 16.59+6.87 รายการ (พิสัย 5-34) มูลค่าการบริโภคยาสมุนไพรและยาแผนไทยรวมกันทั้งจังหวัด คิดเป็น 24,516,559 บาท หรือร้อยละ 3.13 ของมูลค่าการบริโภคยาทั้งหมด ผู้สั่งจ่ายยากล่าวว่า อุปสรรคต่อการสั่งจ่ายยาที่สำคัญมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ 1. ผู้สั่งจ่ายยาไม่รู้จักขนานยาและสรรพคุณยา 2. ผู้สั่งจ่ายยาไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับยา และ 3. ผู้สั่งจ่ายยาไม่เชื่อมั่นในคุณภาพของยา สิ่งที่ส่งเสริมให้มีการสั่งจ่ายยาสมุนไพรและยาแผนไทย 3 ลำดับแรก คือ 1.การที่ผู้ป่วยเรียกหา 2.ผู้สั่งจ่ายยามีความเชื่อมั่นในยาสมุนไพรและยาแผนไทย 3.การมีกฎเกณฑ์ให้จ่ายยาสมุนไพรและยาแผนไทยเพื่อทดแทนยาแผนปัจจุบัน สรุป: การให้บริการผู้ป่วยด้วยการแพทย์แผนไทยยังมีอัตราที่ต่ำ จำนวนรายการยาสมุนไพรและยาแผนไทยของสถานพยาบาลและขนาดของสถานพยาบาลไม่มีผลต่อมูลค่าการบริโภคยาเหล่านี้ การส่งเสริมให้มีการใช้ยาสมุนไพรและยาแผนไทยต้องทำให้ผู้ป่วยและผู้สั่งจ่ายยายอมรับในประสิทธิภาพของยา ส่วนที่เป็นอุปสรรคสำคัญ คือผู้สั่งจ่ายยามีความรู้และทักษะไม่เพียงพอ ส่งผลให้อัตราการบริโภคยาสมุนไพรและยาแผนไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ |