|
การวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารหอมระเหยจากเครื่องยาในพิกัดเนาวโกฐด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบแก๊ส-แมสสเปกโทรเมทรี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จันคนา บูรณะโอสถ, ปนัดดา พัฒนวศิน ภัทราวดี เหลืองธุวปราณีต, ปกรณ์ คามวุฒิ, อุทัย โสธนะพันธุ์ |
| Title | การวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารหอมระเหยจากเครื่องยาในพิกัดเนาวโกฐด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบแก๊ส-แมสสเปกโทรเมทรี |
| Publisher | คณะเภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร/โรงพิมพ์ ม.ศิลปากร |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | Thai Bulletin of Pharmaceutical Science (TBPS) |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 2 (July-December 2016) |
| Page no. | 45-60 |
| Keyword | น้ำมันหอมระเหย, พิกัดเนาวโกฐ, เครื่องยา, การพิสูจน์เอกลักษณ์, โครมาโทกราฟีแบบแก๊ส- แมสสเปกโทรเมทรี |
| ISSN | 1686-9540 |
| Abstract | การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากเครื่องยา 8 ชนิดที่เป็นส่วนประกอบของพิกัดเนาวโกฐ ได้แก่ โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐกระดูก โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา และโกฐชฎามังสี โดยใช้ Clevenger apparatus นำมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบแก๊ส-แมสสเปกโทรเมทรี พบว่า โกฐเขมามีน้ำมันหอมระเหยมากที่สุด (ร้อยละ 1.66?0.47 โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก) ในขณะที่โกฐพุงปลาไม่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นองค์ประกอบทางเคมี น้ำมันหอมระเหยของเครื่องยา 4 ชนิด ได้แก่ โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐชฎามังสี และโกฐกระดูก มีองค์ประกอบทางเคมีคล้ายคลึงกับพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ligusticum sinense cv. Chuanxiong, Angelica sinensis, Nardostachys grandiflora และ Saussurea lappa ตามลำดับ แต่เครื่องยาอีก 3 ชนิด คือ โกฐสอ โกฐเขมา และโกฐก้านพร้าว มีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างจากพืชที่ยอมรับในปัจจุบันว่าเป็นแหล่งของเครื่องยาทั้งสาม คือ Angelica dahurica, Atractylodes lancea และ Picrorhiza kurrooa ตามลำดับ โครมาโทกราฟีแบบแก๊ส-แมสสเปกโทรเมทรีจึงมีประโยชน์ในการพิสูจน์เอกลักษณ์ของเครื่องยาแต่ละชนิดในพิกัดเนาวโกฐ |