|
การศึกษาลําดับพันธุกรรมทางอณูชีวโมเลกุลของเชื้อหนองในในกลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยวิธี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นริศรา อยู่จุ้ย |
| Title | การศึกษาลําดับพันธุกรรมทางอณูชีวโมเลกุลของเชื้อหนองในในกลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยวิธี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST) |
| Publisher | Division of AIDS&STIs |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | Thai AIDS Journal |
| Journal Vol. | 33 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 47-57 |
| Keyword | การศึกษาความหลากหลายของแอนติเจนทางพันธุกรรมของเชื้อหนองใน, ลําดับสารพันธุกรรม |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal |
| Website title | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/issue/view/17260/4381 |
| ISSN | 2651-0987 |
| Abstract | โรคหนองในมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า “Neisseria gonorrhoeae” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากและจัดเป็นปัญหาสําคัญในหลายประเทศทั่วโลกจากรายงานของ WHO ปี 2018 พบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จํานวน 870,000 รายต่อปี เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ร้อยละ 5.70 ในประเทศไทยมีการรายงานพบโรคหนองในมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเริ่มมีการรักษาโรคหนองในโดยใช้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่ปี 1935 ปัจจุบันใช้ยาในกลุ่ม 3rd generation Cephalosporin แต่ก็มีแนวโน้มความไวของยาในกลุ่มนี้ลดลงการศึกษานี้ได้รับความอนุเคราะห์เชื้อจากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยใช้ตัวอย่างที่เหลือจากการทดสอบที่อยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จํานวน 98 ตัวอย่างทดสอบความไวของยาปฏิชีวนะและตรวจสอบลําดับพันธุกรรม (Sequence type: ST) ด้วยวิธี Neisseria gonorrhoeae multiantigen sequence typing (NG-MAST) จากการทดลองพบว่ ายา Ciprofloxacin, Tetracycline และ Penicillin มีค่าความไวของยาลดลงไปจนถึงดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ส่วนยา Azithromycin, Cefixime และ Ceftriaxone พบว่ายังไม่มีการดื้อยา แต่พบ 1 ตัวอย่างที่มีแนวโน้มค่าความไวต่อยาปฏิชีวนะลดลงทั้ง 3 ชนิด ผลทดสอบ NG-MAST ได้ ST ต่างกันทั้งหมด 28 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 46.00 ทั้งนี้ยังไม่พบ ST ที่มีรายงานว่าเป็นสายพันธุ์ดื้อยาที่พบในหลายประเทศทั่วโลกจากการศึกษา ST นี้สามารถช่วยแสดงลําดับพันธุกรรมที่มีแนวโน้มที่อาจพบการดื้อยาของเชื้อได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่เป็นนักเดินทางท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาในกลุ่มนี้ |