|
การวางแผนบั้นปลายชีวิตในผู้ป่วยวัณโรค |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิยะวดี สุมาลัย |
| Title | การวางแผนบั้นปลายชีวิตในผู้ป่วยวัณโรค |
| Contributor | วรุณยุพา สกล, อารีรัตน์ นิลาวรรณ์ |
| Publisher | Division of AIDS&STIs |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | Thai AIDS Journal |
| Journal Vol. | 33 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 36-46 |
| Keyword | วางแผน, บั้นปลายชีวิต, ผู้ป่วยวัณโรค |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal |
| Website title | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/issue/view/17260/4380 |
| ISSN | 2651-0987 |
| Abstract | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการวางแผนบั้นปลายชีวิตผู้ป่วยวัณโรคและความเข้าใจของผู้ป่วยเกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคองดําเนินการวิจัยระหว่างวันที่ 26 มีนาคม 2562-2 มีนาคม 2563 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยวัณโรค จํานวน 28 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินวางแผนบั้นปลายชีวิตของโรงพยาบาลบางด้วน จังหวัดสมุทรปราการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาการแจกแจงความถี่ร้อยละ และค่าเฉลี่ยผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 28 รายเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรคเป็นเพศชาย 20 ราย (ร้อยละ 71.43) เพศหญิง 8 ราย (ร้อยละ 28.57) โดยมีอายุเฉลี่ย 55.32 ปี (SD=18.09) จากข้อคําถามในแบบประเมินพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนมากมีความสุขน้อย (ร้อยละ 92.90) สิ่งสําคัญที่สุดในชีวิตของผู้ป่วยคือ ครอบครัว (ร้อยละ 60.70) ไม่ต้องการความทุกข์ทรมาน (ร้อยละ 82.20) คิดว่าโรคที่เป็นอยู่ไม่แน่ใจว่าจะหายหรือจะไม่หาย (ร้อยละ 75.00) ถ้าเลือกได้อนาคตมีชีวิตอยู่อีก 5 ปี (ร้อยละ 46.40) และมีสิ่งที่เป็นห่วงยังจัดการไม่เรียบร้อยคือ เรื่องครอบครัว (ร้อยละ 42.90) และถ้าอยู่จนครบเวลาต้องการจากไปแบบจะสู้กับโรคและอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทําได้แม้จะทุกข์ทรมานแค่ไหนก็ตาม ในอนาคตถ้าอาการทรุดหนักให้แพทย์ช่วยให้ยารักษาอาการทั่วไปเพื่อให้ไม่ทุกข์ทรมานสําหรับความเข้าใจของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับการดูแลแบบประคับประคองคือเมื่อเจ็บป่วยได้ให้ยารักษาไม่ทุกข์ทรมานและการมีชีวิตอยู่ โดยไม่เป็นภาระแก่คนที่รักต้องการได้รับการยอมรับ ไม่ถูกมองว่าเป็นภาระของญาติมิตรหรือบุคลากรทางการแพทย์สามารถได้รับการอธิบายถึงอาการที่เป็นอยู่และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การศึกษาครั้งนี้สามารถนําข้อมูลที่ได้เป็นแนวทางในการให้กําลังใจแก่ผู้ป่วยรายอื่น (ในประเด็นที่กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติว่าจะต่อสู้กับโรค) เป็นแนวทางในการตัดสินใจ |