|
ความไวต่อยาปฏิชีวนะของเชื้อ N. gonorrhoeae ในปี พ.ศ. 2555-2561 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปริศนา บัวสกุล |
| Title | ความไวต่อยาปฏิชีวนะของเชื้อ N. gonorrhoeae ในปี พ.ศ. 2555-2561 |
| Contributor | พงศธร แสงประเสริฐ, รสพร กิตติเยาวมาลย์ |
| Publisher | Division of AIDS&STIs |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Thai AIDS Journal |
| Journal Vol. | 32 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 42-53 |
| Keyword | เชื้อหนองใน, โรคหนองใน, การดื้อยา, การเฝ้าระวัง |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal |
| Website title | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/issue/view/16637/3914 |
| ISSN | 2651-0987 |
| Abstract | เชื้อ Neisseria gonorrhoeae (N. Gonorrhoeae) เป็นสาเหตุของโรคหนองใน ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด อีกทั้งยังเป็นเชื้อโรคที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในการรักษา และเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก กลุ่มบางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานเพื่อการเฝ้าระวังการดื้อต่อยาของเชื้อนี้ ผลการทดสอบในปี พ.ศ. 2555-2561 ต่อยาปฏิชีวนะ 8 ชนิด ทั้งวิธี Disk diffusion และ E-test สามารถจำแนกการดื้อยาได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พบการดื้อยาต่อเนื่อง ได้แก่ ยา penicillin tetracycline และ ciprofloxacin ทั้ง 3 ชนิดมีผลของการดื้อต่อยามากกว่า ร้อยละ 90 กลุ่มที่ 2 เริ่มพบการดื้อหรือมีความไวต่อยาลดลง ได้แก่ ยา azithromycin และ gentamicin และกลุ่มที่ 3 ยังไม่พบการดื้อหรือมีความไวลดลงแต่อย่างใด ได้แก่ ยา spectinomycin (เป็นยาที่ไม่มีใช้ในประเทศไทย) ยา ceftriaxone และยา cefixime สำหรับยา azithromycin และยา gentamicin เป็นยาทางเลือกในการรักษาโรคหนองใน โดยยา azithromycin ใช้เป็นยาที่รักษาคู่กับยากลุ่ม cepharosporin พบว่าเชื้อมีค่า MIC50 และ MIC90 เพิ่มสูงขึ้น 1 dilution ในปี พ.ศ. 2561 เมื่อเทียบกับปีที่เริ่มใช้รักษาในปีพ.ศ. 2557 และพบเชื้อ 1 ตัวอย่าง ที่ให้ค่าความไวต่อยาลดลงในปี พ.ศ. 2560 สำหรับยา gentamycin ถึงแม้จะไม่พบการดื้อยา แต่พบเชื้อที่ให้ค่า Intermediate มีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น ส่วนยาในกลุ่มที่ 3 ยา ceftriaxone และ ยา cefixime ซึ่งเป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษา ยังไม่พบเชื้อที่มีความไวต่อยาทั้ง 2 ตัวลดลง แต่ค่า MIC เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเชื้อที่มีค่า MIC ≥ 0.032 μg/ml ซึ่งมีรายงานว่าเป็นค่าที่พบกลายพันธุ์ของยีน penA ดังนั้นการเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อหนองในจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย |