ผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ 10 จังหวัด ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553
รหัสดีโอไอ
Creator สหภาพ พูลเกษร
Title ผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ 10 จังหวัด ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2553
Contributor สุรศักดิ์ ธไนศวรรยางกูล
Publisher Division of AIDS&STIs
Publication Year 2562
Journal Title Thai AIDS Journal
Journal Vol. 31
Journal No. 2
Page no. 55-69
Keyword การติดเชื้อเอชไอวี, โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, กลุ่มแรงงานข้ามชาติ
URL Website https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal
Website title https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/article/view/253693
ISSN 2651-0987
Abstract การดำเนินงานเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติครั้งนี้ เป็นการเฝ้าระวังในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนจาก 3 ประเทศ ได้แก่ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 6 เดือน ในพื้นที่ 10 จังหวัดที่เลือกแบบเจาะจง อาชีพของแรงงานข้ามชาติ ได้แก่ ประมง ประมงที่ต่อเนื่อง กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกรรม และอาชีพพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการ ในปี พ.ศ. 2553 และมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และศึกษาพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี ข้อมูลการติดเชื้อเอชไอวีทราบได้จากการตรวจเลือด ข้อมูลการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้จากการตรวจปัสสาวะ และข้อมูลพฤติกรรมฯ ได้จากการตอบแบบสอบถาม ผลการเฝ้าระวัง พบว่า มีแรงงานข้ามชาติที่ศึกษา 3,001 ราย เป็นเพศหญิง ร้อยละ 52.3 เพศชาย ร้อยละ 47.7 อายุเฉลี่ย 29.1±8.8 ปี เป็นชาวเมียนมาร์ ร้อยละ 60.2 ลาว ร้อยละ 20.0 และกัมพูชา ร้อยละ 19.8 สำหรับประวัติการมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ก่อนตอบแบบสอบถาม (จากผู้ตอบแบบสอบถามในข้อนี้ (N) จำนวน 1,809 ราย) พบว่า เคยมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อยหนึ่งอาการ 618 ราย (ร้อยละ 34.2) ประวัติประเภทของคู่นอนในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของแรงงานข้ามชาติ (N=2,119) พบว่า คู่เพศสัมพันธ์ที่มากที่สุด ได้แก่ มีเพศสัมพันธ์กับสามี/ภรรยา ร้อยละ 86.2 [ในกลุ่มนี้ (N=1,814) ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 6.8 และไม่ใช้ ร้อยละ 93.2] กับพนักงานบริการหญิง ร้อยละ 6.7 [ในกลุ่มนี้ (N=113) ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 78.8 และไม่ใช้ ร้อยละ 21.2] กับแฟน/คนรัก ร้อยละ 5.3 [ในกลุ่มนี้(N=142) ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 36.6 และไม่ใช้ ร้อยละ 63.4] กับชาย/หญิงอื่นที่ไม่ใช่แฟน ร้อยละ 1.2 [ในกลุ่มนี้ (N=23) ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 47.8 และไม่ใช้ ร้อยละ 52.2] และอื่น ๆ ร้อยละ 0.6 [ในกลุ่มนี้ (N=4) ใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ 50 และไม่ใช้ ร้อยละ 50 แรงงานข้ามชาติติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 1.3 ติดเชื้อ Chlamydia trachomatis ร้อยละ 0.93 ติดเชื้อหนองใน (Neisseria gonorrhea) ร้อยละ 0.87 และติดเชื้อซิฟิลิส ร้อยละ 0.59 ปัญหาที่สำคัญอื่น ๆ ที่พบได้แก่ ข้อจำกัดในการเข้าถึงการบริการสุขภาพ โดยพบว่า แรงงานข้ามชาติ (N=3,001) มีบัตรประกันสุขภาพ ร้อยละ 40.1 นอกนั้นไม่มีส่งผลต่อเนื่องถึงการรับบริการตรวจรักษาเมื่อป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการขอรับบริการตรวจหา การติดเชื้อเอชไอวี นอกจากนี้ยังพบว่า แรงงานข้ามชาติมีระดับความรู้ที่เกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ อยู่ในระดับต่ำ ข้อเสนอแนะ ควรส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพด้านต่าง ๆ และการสื่อสาร รวมทั้งการให้ความรู้ด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่แรงงานข้ามชาติที่อย่างเข้มข้นและเน้นให้มีพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีที่ถูกต้อง และควรเพิ่มศักยภาพให้อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) หรือ พนักงานสาธารณสุขต่างด้าว (พสต.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ และการประสานงาน เพื่อให้กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ได้รับบริการอย่างทั่วถึง
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ