|
แนวคิดการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธงรบ ขุนสงคราม |
| Title | แนวคิดการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น |
| Publisher | คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ |
| Publication Year | 2556 |
| Journal Title | รมยสาร |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 42 - 54 |
| Keyword | การเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่ง, แนวคิด |
| ISSN | 1686-0101 |
| Abstract | การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น ในประเด็นต่อไปนี้ 1) ประวัติชีวิตและผลงานทางด้านดนตรีของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น 2) แนวคิดในการประสมประสานวัฒนธรรมทางดนตรีในการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น และ 3) แนวทางการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งของศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) การสุ่มตัวอย่างผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มจากกลุ่มตัวอย่าง คือ บทเพลงที่ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น ได้รับรางวัลพระราชทานด้านการเรียบเรียงเสียงประสานดนตรีเพลงไทยลูกทุ่งยอดเยี่ยม ในช่วงปีพุทธศักราช 2519 - 2534 โดยใช้วิธีการแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 5 บทเพลง ผลการวิจัยพบว่า 1. ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น เติบโตขึ้นมาในท่ามกลางสังคมและวัฒนธรรมของไทยแบบชนบท ที่ได้รับอิทธิพลดนตรีพื้นบ้านและดนตรีไทยเป็นประจำจากการได้ยินได้ฟังที่วัดใกล้บ้านจึงเกิดแรงจูงใจ และเริ่มเล่นดนตรีจากการเป็นนักดนตรีแตรวงของโรงเรียน เมื่อเรียนจบก็หารายได้พิเศษจากการเป็นนักเป่าแตรเชียร์รำวงจนเข้าสู่วงการศิลปินนักร้องนักดนตรี เริ่มการเรียบเรียงเสียงประสานโดยอาศัยประสบการณ์และการศึกษาจากผลงานของนักเรียบเรียงเสียงประสานรุ่นพี่ ก่อนที่จะเข้าเรียนวิชาการเรียบเรียงเสียงประสานอย่างจริงจัง ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น ได้นำเอาความรู้ความสามารถประสมประสานกับประสบการณ์ด้านดนตรี ความกล้าในการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์ และความตั้งใจพัฒนาการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งให้กับนักร้องจนมีชื่อเสียง มีผลงานที่ได้รับรางวัลพระราชทาน ด้านการเรียบเรียงเสียงประสาน และผลงานความภาคภูมิใจที่เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2. ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น มีแนวคิดในการประสมประสานระหว่างสองวัฒนธรรม คือ ดนตรีแบบไทยและเนื้อร้องทำนองแบบไทยกับดนตรีสากล สามารถเข้ากันได้อย่างกลมกลืน กล่าวคือ ทั้งผู้เรียบเรียง นักร้อง และนักดนตรีที่บรรเลงเครื่องดนตรีสากลเป็นคนไทย เมื่อทำการบรรเลงก็ย่อมมีสำเนียงความเป็นไทยปนอยู่ในบทเพลง มีการสร้างดนตรีประกอบการขับร้อง โดยการนำเอาท่วงทำนองหรือวลีของทำนองเพลงไทยมาช่วยในการสร้างผลงานเพลง ใช้เครื่องดนตรีไทยมาร่วมบรรเลงเป็นส่วนประกอบในการสร้างผลงานเพลง ใช้เครื่องดนตรีสากลมาบรรเลงเลียนแบบเสียงเครื่องดนตรีไทย และนำเอาทำนองของเพลงไทยมาดัดแปลงให้เหมาะสมสำหรับวงดนตรีบรรเลง เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์และความกลมกลืนของบทเพลง 3. ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น มีแนวทางในการเรียบเรียงเสียงประสานเพลงไทยลูกทุ่งดังนี้ 3.1 คุณลักษณะของบทเพลง เครื่องดนตรีและหน้าที่ของเครื่องดนตรี มีรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ บทเพลงมีการใช้ร้อยกรองตามรูปแบบฉันทลักษณ์คำประพันธ์แบบไทย ดำเนินทำนองโดยใช้เครื่องดนตรีหลัก 2 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กลุ่มเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบจังหวะ 2) กลุ่มเครื่องดนตรีดำเนินทำนอง และเสริมด้วยกลุ่มเครื่องดนตรีพิเศษ โดยใช้ทรัมเป็ต (Trumpet) เป็นเครื่องดนตรีดำเนินทำนองหลัก 3.2 การสร้างบทนำ (Introduction) บทเชื่อม (Interlude) และบทจบ (Ending) ดัดแปลงจากแนวทำนองหลักเป็นท่วงทำนองสั้น ๆ หรือวลีสั้น ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อ ส่งเข้าบทร้อง และลงจบได้ การสร้างดนตรีประกอบแนวทำนองใช้กลุ่มเครื่องเป่า (Brass) เป็นหลัก ทำหน้าที่โอบอุ้มแนวทำนอง สอดแทรกแนวทำนอง ใช้การเคลื่อนที่ของแนวทำนองเข้าช่วยในการสร้างดนตรีประกอบ และรองรับแนวทำนองหลัก โดยสร้างจากคอร์ดเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะบทนำทั้ง 5 บทเพลง ศิลปินแห่งชาติ ประยงค์ ชื่นเย็น จะใช้คอร์ดเพียงคอร์ดเดียวในการสร้างบทนำ 3.3 การใช้คอร์ด (Chord) บทเพลงทั้ง 5 บทเพลงใช้คอร์ดหลัก (Primary Chord) ในการดำเนินทำนอง ดังนี้ 1) เพลง "แม่ยก" ใช้คอร์ด Cm Gm 2) เพลง "หนุ่มนารอนาง" ใช้คอร์ด F Bb C7 3) เพลง "อีสาวทรานซิสเตอร์" ใช้คอร์ด Em Am Bm7 4) เพลง "ข้อยเว้าแม่นบ่" ใช้คอร์ด Bb F7 และ 5) เพลง "ส้มตำ" ใช้คอร์ด Bm Em7 F#m7 การจบประโยคแบบเปอร์เพค คาเดนซ์ (Perfect Cadence) พบอยู่ในทั้ง 5 บทเพลง การจบแบบอิมเปอร์เพค คาเดนซ์ (Imperfect Cadence) พบอยู่ใน 3 บทเพลง คือ เพลง "หนุ่มนารอนาง" "ข้อยเว้าแม่นบ่" และ "ส้มตำ" และรูปสำเร็จของคาเดนซ์ (Cadential) พบอยู่ใน 4 บทเพลง คือ เพลง "หนุ่มนารอนาง" "อีสาวทรานซิสเตอร์" "ข้อยเว้าแม่นบ่" และ "ส้มตำ" ส่วนการใช้ชุดคอร์ดดอมินันท์ 7 (Dominant 7) พบว่าใช้ดอมินันท์ 7 ที่ 1 มากที่สุด พบอยู่ในทั้ง 5 บทเพลง และการใช้ชุดคอร์ดแพทเทิร์น (Pattern) ไม่พบอยู่ในบทเพลงทั้ง 5 บทเพลง |