|
ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการวิเคราะห์ปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ของสารสกัดจากสมุนไพรไทยพื้นบ้านสะค้านและมะแขว่นในเขตท้องถิ่นภาคเหนือ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุวดี โพธิ์วิจิตร |
| Title | ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการวิเคราะห์ปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ของสารสกัดจากสมุนไพรไทยพื้นบ้านสะค้านและมะแขว่นในเขตท้องถิ่นภาคเหนือ |
| Contributor | ปิยานี รัตนชำนอง, อุดมลักษณ์ มาตย์สถิตย์, วีระศักดิ์ อัศววงศ์อารยะ |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี |
| Publication Year | 2562 |
| Journal Title | วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี |
| Journal Vol. | 18 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 25-39 |
| Keyword | สะค้าน, มะแขว่น, ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด, ปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด, ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/rmutt-journal/index |
| Website title | https://www.tci-thaijo.org |
| ISSN | 2651-2289 |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพรท้องถิ่นเขตภาคเหนือของประเทศไทยภายใต้ตัวทำละลายต่างขั้ว คือ ลำต้นสะค้าน ส่วนก้านและส่วนเมล็ดมะแขว่น ทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยใช้สารอนุมูลอิสระ 2,2-ไดฟีนิล-1-ไพคริลไฮดราซิล (DPPH) พร้อมวิเคราะห์ปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ทั้งหมดด้วยวิธีโฟลินซิโอแคลตู (Folin Ciocalteau) และวิธีอลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminium chloride) ตามลำดับ สารสกัดหยาบทั้งสองชนิดในเมทานอลมีประสิทธิภาพในการยับยั้งอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด รองลงมาคือในเอทิลอะซีเตท สารสกัดจากลำต้นสะค้านในเมทานอลออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด มีค่า IC50 = 0.2 mg/ml มีปริมาณฟีนอลิกสูงสุด (68.83 ? 0.38 mgGAE/g) และปริมาณฟลาโวนอยด์สูงสุด (37.13 ? 0.47 mgQE/g) ขณะที่สารสกัดจากก้านและเมล็ดมะแขว่นในเมทานอลสามารถยับยั้งอนุมูลอิสระ มีค่า IC50 = 0.26 และ 0.37 mg/ml ตามลำดับ โดยก้านมะแขว่นมีปริมาณฟีนอลิก (53.67 ? 0.45 mgGAE/g) มากกว่าเมล็ดมะแขว่น (24.15 ? 0.48 mgGAE/g) สอดคล้องกับปริมาณฟลาโวนอยด์ของก้าน (25.76 ? 0.43 mgQE/g) และเมล็ดมะแขว่น (10.25 ? 0.63 mgQE/g) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณรวมฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่เพิ่มขึ้นและให้ผลที่ดีในตัวทำละลายที่มีขั้วสูง ข้อมูลการศึกษานี้จะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการพัฒนาสมุนไพรพื้นบ้านให้เกิดมูลค่าต่ออุตสาหกรรมการรักษาต่อไปในอนาคต |