|
ผลระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการตามแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษ (โควิด-19) โรงพยาบาลไทรงาม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นลิน จรุงธนะกิจ |
| Title | ผลระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการตามแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษ (โควิด-19) โรงพยาบาลไทรงาม |
| Publisher | ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| Journal Vol. | 15 |
| Journal No. | 36 |
| Page no. | 129-142 |
| Keyword | โควิด-19, เบาหวานชนิดที่ 2, ระดับน้ำตาลในเลือด |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/248809 |
| Website title | วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 |
| ISSN | 2697-3871 |
| Abstract | จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อลดความแออัด ลดโอกาสรับและแพร่เชื้อในโรงพยาบาล คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลไทรงาม จึงจัดทำแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษ โควิด-19 ดังนั้นเพื่อประเมินผลของแนวทาง ผู้วิจัยจึงวางแผนการศึกษาผลของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนและหลังการปรับรูปแบบบริการ โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive study) ศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective data) ในกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มเดียวกัน ประเมินผลก่อนและหลังการรับบริการตามแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษ (โควิด-19) โรงพยาบาลไทรงาม กลุ่มตัวอย่างจำนวน 320 คน เก็บข้อมูล Fasting blood sugar (FBS) Hemoglobin A1C (HbA1c) อายุ เพศ สถานภาพ และระดับการศึกษา จากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลไทรงาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์สถิติด้วย Paired t-test, Chi-square test และ McNemar's test กำหนดค่าระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value < 0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 67.8 อายุเฉลี่ย 54.74 ? 10.75 ปี ค่าเฉลี่ย FBS ก่อนและหลังให้บริการตามแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษฯ เท่ากับ 149.55 ? 45.41 mg/dL และ 156.69 ? 46.27 mg/dL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.007) ค่าเฉลี่ย HbA1c ก่อนและหลังให้บริการตามแนวทาง เท่ากับ 7.67 ? 2.3% และ 7.94 ? 2.17% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value = 0.039) โดยสรุป ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับบริการตามแนวทางการให้บริการผู้ป่วยสถานการณ์พิเศษฯ ส่วนใหญ่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ควรพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านข้อมูลส่วนบุคคล และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองร่วมด้วย |