|
ประสิทธิผลการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่ไม่ใช้อินซูลิน ที่เดินออกกำลังกาย แบบแอโรบิคระดับปานกลางโดยใช้นาฬิกานับก้าวอัจฉริยะ ณ หน่วยบริการปฐมภูมิศูนย์สุขภาพ ชุมชนเมืองโพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | บุณยาพร เจียมทวีบุญ |
| Title | ประสิทธิผลการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่ไม่ใช้อินซูลิน ที่เดินออกกำลังกาย แบบแอโรบิคระดับปานกลางโดยใช้นาฬิกานับก้าวอัจฉริยะ ณ หน่วยบริการปฐมภูมิศูนย์สุขภาพ ชุมชนเมืองโพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี |
| Publisher | โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | วารสารวิชาการแพทย์เขต 11 |
| Journal Vol. | 38 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 72-83 |
| Keyword | การนับก้าวเดิน, การออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลาง, นาฬิกาอัจฉริยะ, ระดับน้ำตาลสะสม, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 |
| URL Website | https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ |
| Website title | Thaijo |
| ISSN | 3088-2435 |
| Abstract | ที่มา : แนวทางการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในปัจจุบันมุ่งเน้นการให้ความรู้และสร้างทักษะเพื่อการดูแลโรคเบาหวานด้วยตนเองร่วมกับการใช้ยา ผู้วิจัยจึงเลือกใช้นาฬิกาอัจฉริยะที่นอกจากจะสามารถทำให้ออกกำลังกายได้ตรงตามเป้าหมาย ยังเป็นการใช้ข้อมูลสุขภาพที่ผู้ป่วยสร้างขึ้นเอง เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายให้มากขึ้น หวังผลให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ดี นอกเหนือจากการดูแลรักษาที่ผู้ป่วยเบาหวานได้รับมาตลอดวัตถุประสงค์ : ศึกษาผลลัพท์และเปรียบเทียบค่าน้ำตาลสะสมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ที่ไม่ใช้อินซูลิน ที่ออกกำลังกายนับก้าวเดินด้วยนาฬิกาอัจฉริยะเพื่อบรรลุเป้าหมายการออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลาง ก่อนและหลังการทดลอง 12 สัปดาห์ ณ หน่วยบริการปฐมภูมิศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองโพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี และสามารถนำผลลัพท์ไปปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนได้วิธีการศึกษา : เป็นวิจัยกึ่งทดลอง โดยเก็บข้อมูลหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 30 มีนาคม 2567 จำนวน 73 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 24 คน และกลุ่มควบคุม 49 คน ประเมินผลหลังการทดลองครบ 12 สัปดาห์ ผลลัพท์หลักได้แก่การเปลี่ยนแปลงของค่าน้ำตาลสะสมผลการศึกษา : เพศ อายุ ดัชนีมวลกาย รอบเอวและค่าน้ำตาลสะสมในเลือดระหว่างสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05) หลังทดลองครบ 12 สัปดาห์พบว่า ในกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสม น้ำหนัก และรอบเอวลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .05) ได้แก่ 0.38 mg%, 1.11 กก. และ 1.05 ซม. ตามสำดับ ในขณะที่ในกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสม น้ำหนัก และรอบเอวเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P > .05) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มผลปรากฎว่า ค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมในเลือดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <.01) โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมในเลือดต่ำกว่ากลุ่มควบคุม 1.87 mg% (95%CI=-.07-2.34, F=55.79)สรุป : การเดินออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลางโดยใช้นาฬิกานับก้าวอัจฉริยะของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่ใช้อินซูลิน สามารถลดน้ำตาลสะสมในเลือดลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่กำหนดให้ดำเนินชีวิตตามปกติ |