อัตราการรอดชีพของผู้ป่วยวัณโรคปอดและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากวัณโรคปอด ในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
รหัสดีโอไอ
Creator สุระชัย ทรัพย์จรัสแสง
Title อัตราการรอดชีพของผู้ป่วยวัณโรคปอดและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากวัณโรคปอด ในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
Publisher โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
Publication Year 2569
Journal Title วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3
Journal Vol. 23
Journal No. 1
Page no. 35-45
Keyword วัณโรคปอด, อัตราการรอดชีพ, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์
URL Website https://thaidj.org/index.php/smj/index
Website title วารสารวิชาการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 3
ISSN ISSN 2774-0579 (Online), ISSN 2821-9201 (Print)
Abstract ความเป็นมาและเหตุผล: วัณโรคปอด (Pulmonary Tuberculosis: PTB) ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย แม้จะมีการพัฒนาระบบการวินิจฉัยและรักษาแต่ยังพบอัตราการเสียชีวิตสูงโดยเฉพาะในจังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนมีสัดส่วนผู้ป่วยวัณโรคปอดและอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศวัตถุประสงค์: เพื่อประเมินอัตราการรอดชีพของผู้ป่วยวัณโรคปอดที่ 6 เดือน 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตทุกสาเหตุของผู้ป่วยวัณโรคปอดในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ววิธีการศึกษา: การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง (Retrospective cohort study) ในผู้ป่วยวัณโรคปอดอายุ ≥18 ปี ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ระหว่างปี พ.ศ. 2561–2562 รวมทั้งหมด 266 ราย ติดตามผลการรอดชีวิตจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Kaplan–Meier Survival Analysis และ Cox Proportional Hazards Model เพื่อนำเสนอค่า Hazard Ratio (HR) พร้อม 95% Confidence Interval (CI) และกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value<0.05ผลการศึกษา: มัธยฐานการรอดชีพของผู้ป่วยวัณโรคปอดคือ 61 เดือน อัตราการรอดชีวิตที่ 6 เดือน 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี เท่ากับ 68% (95% CI: 62.5-73.6), 65.0% (95% CI: 58.9–70.4), 56.0% (95% CI: 50.2–62.1) และ 50.0% (95% CI: 44.2–56.2) ตามลำดับ การวิเคราะห์แบบหลายตัวแปรพบว่า ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เพศชาย (Adj. HR = 1.60, 95% CI: 1.02–2.51, p-value = 0.04), อายุ >50 ปี (Adj. HR = 2.08, 95% CI: 1.35–3.22, p-value < 0.01), การมีโรคไตเรื้อรัง (CKD) (Adj. HR = 1.79, 95% CI: 1.23–2.60, p-value < 0.01), ผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) (Adj. HR = 2.55, 95% CI: 1.38–4.71, p-value < 0.01), ผู้ที่มีปอดอักเสบติดเชื้อ (Pneumonia) (Adj. HR = 2.09, 95% CI: 1.22–3.60, p-value < 0.01), การรักษาวัณโรคที่ไม่ต่อเนื่อง (Poor adherence to TB treatment) (Adj. HR = 2.43, 95% CI: 1.26–4.71, p-value < 0.01)สรุป: ผู้ป่วยวัณโรคปอดในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วยังคงมีอัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี 50% โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิต ได้แก่ เพศชาย อายุมากกว่า 50 ปี โรคไตเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ที่มีปอดอักเสบติดเชื้อ และการรักษาวัณโรคที่ไม่ต่อเนื่อง ผลการศึกษาครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิด รวมทั้งสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนามาตรการคัดกรอง การจัดการทางคลินิก และนโยบายด้านสาธารณสุขเพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากวัณโรคปอดในระดับพื้นที่คำสำคัญ: วัณโรคปอด, อัตราการรอดชีพ, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์
โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ