|
การนำหลักสมคบคิดกันกระทำความผิดมาใช้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. เทพนฤทธิ์ พี่พิมาย 2. สุขสมัย สุทธิบดี |
| Title | การนำหลักสมคบคิดกันกระทำความผิดมาใช้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 |
| Publisher | สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 13 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 326-340 |
| Keyword | พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561, หลักสมคบคิด, ผู้สมคบ, The Organic Act on Anti-Corruption B.E. 2561, Conspiracy, Conspirator |
| URL Website | https://so05.tci-thaijo.org/index.php/phdssj |
| Website title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| ISSN | 2985-0029 |
| Abstract | บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การนำหลักสมคบคิดกันกระทำความผิดมาใช้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยการนำแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักสมคบคิด ซึ่งประกอบไปด้วย ความหมาย แนวคิดหลักสมคบคิดตามระบบกฎหมายจารีตประเพณีและระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร และหลักสมคบคิดตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาใช้เป็นกรอบในการวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ พบว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ไม่ได้มีการนำหลักกฎหมายความผิดฐานสมคบมาใช้เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 (5) ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 28 (1) (2) และ (4) ให้รวมถึงการดำเนินการกับบุคคลอื่น ซึ่งเป็น ผู้สมคบ ด้วย ไม่ว่าจะมีข้อหาหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องกันรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม |