|
รูปแบบการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | เทียนชัย อร่ามหยก |
| Title | รูปแบบการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) |
| Publisher | สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 12 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 241-254 |
| Keyword | อุตสาหกรรมปิโตรเคมี, องค์กรแห่งการเรียนรู้, รูปแบบการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้, Petrochemical Industry, Learning Organization, Learning Organization Development Model |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/phdssj |
| Website title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| ISSN | 2229-1148 |
| Abstract | บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้และลักษณะการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (2) ศึกษาปัจจัยด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้และลักษณะการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีผลต่อการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ (3) หารูปแบบการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) งานวิจัยเป็นแบบผสมระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน จากพนักงานในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ วิธีแบบขั้นตอน และข้อมูลเชิงคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่าง 30 คน ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารระดับกลางตั้งแต่ผู้จัดการแผนกขึ้นไป และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในเครือบริษัท บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) องค์ประกอบหลักที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้างองค์กร ด้านพนักงาน ด้านรูปแบบการบริหาร และด้านระบบปฏิบัติการขององค์กร และวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พบว่า ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ประกอบไปด้วย ปัจจัยการจัดการองค์ความรู้ ปัจจัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัจจัยการทดลองวิธีปฏิบัติในสิ่งใหม่ๆ และปัจจัยการถ่ายทอดความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และพบว่าอีกว่า ปัจจัยการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และปัจจัยการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 |