|
ศักยภาพการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. อัญชนา ส่วนมนทิระ 2. พิชญ์สินี ตัณฑเสน 3. บุรพร กําบุญ 4. ศิริชญาน์ การะเวก |
| Title | ศักยภาพการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า |
| Publisher | สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 416-427 |
| Keyword | เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า, ศักยภาพการปรับตัว, ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, Electric Vehicle Technology, Adaptability Potential, Thai Auto Parts Manufacture |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/phdssj |
| Website title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| ISSN | 2229-1148 |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมทางมหภาค ปัจจัยทางอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อศึกษาศักยภาพการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ใช้กระบวนการศึกษาแบบผสานวิธี โดยใช้การศึกษาเชิงปริมาณเพื่อทราบถึงข้อมูลพื้นฐานรวมถึงระดับศักยภาพในการปรับตัวและการศึกษาเชิงคุณภาพเพื่อทราบข้อมูลเชิงลึกจากผู้ประกอบการด้วยการอธิบายและการพรรณนาถึงศักยภาพในการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจในสถานการณ์จริงและอิทธิพลของปัจจัยที่ส่งผล ใช้ข้อมูลตัวอย่างของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จำนวน 400 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลำดับที่ 1 จำนวน 76 รายและผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 จำนวน 324 ราย โดยใช้วิธีวิเคราะห์ทางสถิติ ได้แก่ เครื่องมือทางเทคนิคสถิติ Structural Equation Modeling (SEM) ผลการวิจัย พบว่า ทั้งปัจจัยแวดล้อมทางมหภาค และปัจจัยที่เฉพาะเจาะจงและกระทบต่อธุรกิจของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อศักยภาพการปรับตัวของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยโดยองค์ประกอบปัจจัยแวดล้อมทางมหภาค ตัวแปรที่มีนํ้าหนักสำคัญมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม/สังคม และน้อยที่สุด คือ ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจองค์ประกอบปัจจัยด้านอุตสาหกรรม ตัวแปรที่มีนํ้าหนักสำคัญมากที่สุดคือปัจจัยทางด้านอำนาจต่อรองของลูกค้าและน้อยที่สุดคือปัจจัยความเสี่ยงจากสินค้าทดแทน |