|
ความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กรณีศึกษา โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. สวัสดิ์ สัตพรพันธ์ 2. จุฑารัตน์ ชมพันธุ์ |
| Title | ความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในประเทศไทย กรณีศึกษา โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ |
| Publisher | สมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| Publication Year | 2562 |
| Journal Title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 716-729 |
| Keyword | ความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อม, การมีส่วนร่วมของประชาชน, โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่, Environmental Conflict, Public Participation, Krabi Coal-Fired Power Plant |
| URL Website | https://www.tci-thaijo.org/index.php/phdssj |
| Website title | วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์ |
| ISSN | 2229-1148 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อม กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โดยการวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดกระบี่ร่วมกับการศึกษาเอกสาร ผลการศึกษา พบว่า สาเหตุความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งด้านข้อมูล ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ความขัดแย้งด้านโครงสร้าง และความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ สำหรับกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายช่องทาง แต่ข้อมูลที่ประชาชนได้รับจากผู้พัฒนาโครงการยังไม่ถูกต้อง ชัดเจน และเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้โครงการขาดความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ ทั้งนี้ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ในระดับปรึกษาหารือ โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่เกิดขึ้น ส่วนแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับภาครัฐนั้น ควรมีการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาระบบข้อมูลทางด้านสาธารณสุขให้มีความเชื่อมโยงกัน และให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ในเรื่องที่ประชาชนต้องการทราบ สำหรับผ้พู ัฒนาโครงการควรจัดตั้งกองทุนการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลโครงการให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเพียงพอต่อความต้องการ และควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบ และติดตามการดำเนินงานได้ ส่วนประชาชนก็ควรที่จะต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยนำสิ่งใกล้ตัวมาใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้ และตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองในการเข้าร่วมกระบวนการมีส่วนร่วมของโครงการพัฒนาต่าง ๆ |