|
การเปรียบเทียบความหลากชนิดของไม้ต้นและการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นระหว่างป่ายางชุมและป่าระหาร อำเภอเมืองสุรินทร์จังหวัดสุรินทร์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมชญา ศรีธรรม |
| Title | การเปรียบเทียบความหลากชนิดของไม้ต้นและการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นระหว่างป่ายางชุมและป่าระหาร อำเภอเมืองสุรินทร์จังหวัดสุรินทร์ |
| Publisher | คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารเกษตรพระวรุณ |
| Journal Vol. | 13 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 14-25 |
| Keyword | ความหลากหลายของชนิดพันธุ์, ดัชนีความสำคัญ, สมุนไพร |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/index |
| Website title | วารสารเกษตรพระวรุณ |
| ISSN | 1685-8379 |
| Abstract | การเปรียบเทียบความหลากชนิดของไม้ต้นและการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นเพื่อทราบถึงค่าความหลากหลายของไม้ต้น ค่าดัชนีความส าคัญระดับชนิดและระดับวงศ์ค่าความหลากหลายของชนิดพันธุ์ ค่าร้อยละความคล้ายคลึงระหว่างสังคม และการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นของไม้ต้นระหว่างป่ายางชุมและป่าระหาร ผลการศึกษาพบว่าป่ายางชุมมีไม้ต้น 434 ต้น 39ชนิด 21วงศ์ ค่าความส าคัญของชนิดพันธุ์ 5 อันดับแรก คือกล้วยน้อย กระบาก กราย พอก และ พะยอม มีค่าความส าคัญ 49.30, 38.73, 32.37,28.21และ 21.62 ตามล าดับ และมีค่าความหลากหลายของชนิดพันธุ์ (H')เท่ากับ 2.78 แปลงตัวอย่างป่าระหารมีไม้ต้น 536 ต้น 41ชนิด 24วงศ์ ค่าความส าคัญของชนิดพันธุ์ 5 อันดับแรกคือ ยางเหียง ล าดวน พะยอม เต็ง และ พอก มีค่าความส าคัญ 43.02, 39.03,35.42,30.46และ 23.37ตามล าดับ และมีค่าความหลากหลายของชนิดพันธุ์ (H')เท่ากับ 2.87ทั้งป่ายางชุมและป่าระหารมีกลุ่มวงศ์ที่มีค่าดัชนีความส าคัญ 3 อันดับแรกเหมือนกันคือวงศ์Dipterocarpaceae Annonaceae และ Fabaceaeและมีค่าดัชนีความคล้ายคลึงระหว่างสังคมอยู่ที่ 36.16% จากจ านวนชนิดที่เหมือนกัน24 ชนิดจากจ านวนรวม56 ชนิดซึ่งไม้ต้นทุกชนิดมีการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่น โดยใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพรมากที่สุด รองลงมาคือด้านอาหาร การก่อสร้างที่อยู่อาศัย เครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร เครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน ย้อมสี เชื้อเพลิงอื่นๆ และไม้ประดับ ตามล าดับโดยทั้ง 2 ป่ายังเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่การเกษตรของชุมชนโดยรอบ ช่วยดูดซับน้ าฝนที่ตกตามธรรมชาติไว้ท าให้บริเวณพื้นที่เกษตรโดยรอบและดินในบริเวณนั้นมีความชุ่มชื้นและมีแหล่งน้ าในป่าที่ชุมชนน ามาใช้ได้ตลอดปีส่งผลดีต่อพื้นที่การเกษตรของชุมชน |