การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วยการเรียนรู้ พุ่งเข้าชนกับผลของโมเมนตัม และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคการคิด-พูด-เขียน
รหัสดีโอไอ
Creator นิติภูมิ โด่งพิมาย
Title การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วยการเรียนรู้ พุ่งเข้าชนกับผลของโมเมนตัม และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคการคิด-พูด-เขียน
Contributor วาสนา กีรติจำเริญ
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
Publication Year 2567
Journal Title วารสารชุมชนวิจัยและพัฒนาสังคม
Journal Vol. 18
Journal No. 3
Page no. 397-411
Keyword ปรากฏการณ์เป็นฐาน, เทคนิคคิด-พูด-เขียน, ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์
URL Website https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/issue/archive
Website title https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/
ISSN 3027-7505
Abstract ที่มาและวัตถุประสงค์การวิจัย: การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน เป็นการนำปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสอดคล้องกับเป้าหมายของความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้กับเกณฑ์ร้อยละ 70 และเปรียบเทียบความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคนิคการคิด-พูด-เขียน ระเบียบวิธีวิจัย (วิธีดำเนินการวิจัย): การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น โดยใช้กลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว จำนวน 40 คน ด้วยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ที่มีค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.93 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.91 และแบบวัดความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ที่มีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาคอนบราค เท่ากับ 0.71 ในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการทดลองตามแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 แผนละ 4 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 16 ชั่วโมง โดยทำการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานในการทดสอบสมมติฐานการวิจัย โดยใช้สถิติการทดสอบที (t-test) เปรียบเทียบระหว่างค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับเกณฑ์และค่าเฉลี่ยกับความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ตามวิธีทดสอบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่ม (One sample t-test for the mean) ผลการวิจัย: นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Mean=14.65) สูงกว่าก่อนเรียน (Mean=8.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับเกณฑ์ร้อยละ 70 (p=0.185) อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ หลังเรียน (Mean=8.40) สูงกว่าก่อนเรียน (Mean=13.88) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อภิปรายผล: การเพิ่มขึ้นของผลการเรียนและความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนที่สูงขึ้น ขณะที่ผลสัมฤทธิ์กับเกณฑ์การเรียนรู้ก่อนและหลังไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ยังได้แสดงถึงการรับข้อมูลย้อนกลับทางกระบวนการเรียนการสอนที่ถูกออกแบบมาให้ตรงกับศักยภาพตามระดับการเรียนรู้อย่างเหมาะสม จึงกล่าวได้ว่าปัจจัยสภาพแวดล้อมการเรียนที่ดี การมีส่วนร่วม การได้รับการสนับสนุนจากครูผู้สอน ร่วมกับการเน้นเนื้อหาที่มีความน่าสนใจและท้าทาย สามารถบ่งชี้ถึงความสำคัญของการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการในวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา ข้อเสนอแนะ: ขนาดตัวอย่างที่เพียงพอมีความสำคัญต่อการทดสอบสมมติฐานและการใช้สถิติทดสอบที (t-test) ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญในการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างเพื่อให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ