|
แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ภิรมย์พร สุขชัยศรี |
| Title | แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชน |
| Contributor | ชัยวุฒิ จันมา, อนันต์ ธรรมชาลัย |
| Publisher | มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 64-75 |
| Keyword | ประสิทธิภาพ, สถานศึกษาอาชีวะเอกชน, ไวรัสโคโรนา 2019 |
| URL Website | https://so01.tci-thaijo.org/index.php/NBU |
| ISSN | 2286-8860 |
| Abstract | การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของสถานศึกษาอาชีวะเอกชนที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชน เป็นการศึกษาวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed method) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์การดำเนินการวิจัยเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ทาง ทั้งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) เป็นข้อมูลที่ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหารของสถานศึกษาอาชีวะเอกชน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกตาม Delphi technique ด้านสภาพปัจจุบันของสถานศึกษาอาชีวะเอกชน และข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) เป็นข้อมูลที่ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมจากเอกสารสิ่งพิมพ์ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รายงานจากหน่วยงานภาครัฐ และสำนักงานวิจัย โดยนำข้อมูลดังกล่าว มาทำการวิเคราะห์ SWOT analysis ตามแนวคิดของ Humphrey (1960) และนำผลจากการวิเคราะห์ดังกล่าวมาทำการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงกลยุทธ์ภายใน (Internal factors analysis summary หรือ IFAS) และการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงกลยุทธ์ภายนอก (External factors analysis summary หรือ EFAS) เพื่อนำมาประเมินปัจจัยภายในสถานศึกษาอาชีวะเอกชน (Internal factor evaluation matrix) และปัจจัยภายนอกสถานศึกษาอาชีวะเอกชน (External factor evaluation matrix) หรือ IE Matrix ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามการดำเนินการวิจัยเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้อำนวยการ หมายถึง ผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวะเอกชน ได้แก่ ผู้อำนวยการ หรือรองผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการของสถานศึกษาอาชีวะเอกชนจำนวน 220 แห่ง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป ค่าสถิติที่ใช้ ได้แก่การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple regression analysis: MRA) เพื่อนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนผลการวิจัย พบว่า ระดับความคิดเห็นของปัจจัยการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X= 3.79 และ S.D. = .356) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ลำดับแรก ด้านระบบการทำงาน (system) มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X= 3.80 และ S.D.= .376) รองลงมาด้านรูปแบบการบริหารจัดการ (Style) มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X = 3.79 และ S.D.= .383) และระดับความคิดเห็นของประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X = 3.79 และ S.D.= .326) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ลำดับแรก ด้านการสร้างวัตกรรมการบริหารจัดการอาชีวศึกษา มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X = 3.80 และ S.D.= .351) รองลงมาด้านระบบประกันคุณภาพในการอาชีวศึกษาทุกระดับการศึกษามีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (X= 3.80 และ S.D.= .344) และจากการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (MRA) พบว่า ปัจจัยการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวมอธิบายการเปลี่ยนแปลงของประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวม ได้ร้อยละ 83.9 (adjusted R2 = .839) ในขณะที่ปัจจัยการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนด้านกลยุทธ์องค์กร (strategy) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนปัจจัยการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนด้านโครงสร้างองค์กร (structure) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาค่าน้ำหนักของผลกระทบของตัวแปรอิสระที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวม พบว่า ปัจจัยการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนด้านกลยุทธ์องค์กร (Strategy) มีน้ำหนักมากสุด (beta = .235) ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการสถานศึกษาอาชีวะเอกชนโดยรวม |