|
คุณลักษณะประชากร พฤติกรรมในการป้องกันตนเอง และ การประเมินสุขภาพตนเองของประชาชนในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูง ในกรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ธัญญา สุพรประดิษฐ์ชัย |
| Title | คุณลักษณะประชากร พฤติกรรมในการป้องกันตนเอง และ การประเมินสุขภาพตนเองของประชาชนในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูง ในกรุงเทพมหานคร |
| Publisher | มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 107-124 |
| Keyword | คุณลักษณะประชากร, พฤติกรรมในการป้องกันตนเอง, พื้นที่ที่มีความเข้มข้นของ PM 2.5 สูง |
| URL Website | https://so01.tci-thaijo.org/index.php/NBU |
| ISSN | 2286-8860 |
| Abstract | งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) สำรวจข้อมูลด้านคุณลักษณะทั่วไปของประชาชนที่เดินทางในเขตพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงในกรุงเทพมหานคร 2) สำรวจพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5 ของประชาชนที่เดินทางในเขตพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงในกรุงเทพมหานคร 3) ศึกษาผลประเมินด้านสุขภาพของประชาชนที่เดินทางในเขตพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูงในกรุงเทพมหานคร และ 4) ศีกษาความแตกต่างระหว่างคุณลักษณะกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองของประชาชนที่เดินทางในเขตพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 สูง ในกรุงเทพมหานครงานวิจัยนี้ พบว่า คุณลักษณะของประชาชนที่เดินทางในพื้นที่เสี่ยงสูงในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (คิดเป็นร้อยละ 56) มีอายุอยู่ระหว่าง18 ถึง 25 ปี (คิดเป็นร้อยละ 52) เป็นนิสิตนักศึกษา(คิดเป็นร้อยละ 39) มีรายได้อยู่ระหว่าง 15,001 ถึง 25,000 บาทต่อเดือน (คิดเป็นร้อยละ 36) ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี (คิดเป็นร้อยละ 47) และพักอยู่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโด (คิดเป็นร้อยละ 42) ประชาชนส่วนใหญ่เลือกที่จะสวมหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาหรือแบบผ้าเมื่อต้องออกไปกลางแจ้งหรือที่สาธารณะ (คิดเป็นร้อยละ 58.5) เลือกที่จะรับประทานอาหารริมทางตามถนนแม้ในช่วงที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 (ฝุ่นจิ๋ว 2.5) เกินกว่ามาตรฐาน (คิดเป็นร้อยละ 42) ส่วนใหญ่เลือกใช้รถประจำทางหรือรถตู้ (คิดเป็นร้อยละ 40.7) เลือกทำกิจกรรมในพื้นที่แจ้งประมาณหนึ่งถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ (คิดเป็นร้อยละ 54.2) และส่วนใหญ่จะไม่มีเครื่องกรองฝุ่นจิ๋วในที่อยู่อาศัย (คิดเป็นร้อยละ 78.4)นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาความเจ็บป่วยทางระบบทางเดินหายใจบ่อยครั้งกว่าปัญหาสุขภาพด้านอื่น (X = 4.02; S.D.=1.01) รองลงมา คือ อาการโรคภูมิแพ้ (X =3.96; S.D.=1.11) และระคายเคืองตา (X =3.96; S.D.=1.01) ถัดมาคือ ภาวะเครียดอันเนื่องจากความกังวลถึงผลกระทบของฝุ่นจิ๋ว (X =3.73; S.D.=1.13) สุดท้ายคือเ กิดผื่นคันตามผิวหนัง (X =3.67; S.D.=1.16) |