|
การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาในพื้นที่การเกษตรในจังหวัดสกลนคร |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ศิริลักษณ์ เจริญโภคทรัพย์ |
| Title | การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาในพื้นที่การเกษตรในจังหวัดสกลนคร |
| Contributor | สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม, พลสราญ สราญรมย์ |
| Publisher | คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารผลิตกรรมการเกษตร |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 185-202 |
| Keyword | การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร, การทดแทนการเผาในพื้นที่เกษตร |
| URL Website | https://li01.tci-thaijo.org/index.php/japmju/article/view/270232 |
| Website title | วารสารผลิตกรรมการเกษตร |
| ISSN | 3027-7184 |
| Abstract | จากปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน ประกอบกับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรยังมีศักยภาพในการนำมาเพิ่มมูลค่า จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะศึกษาการปฏิบัติด้านการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของเกษตรกรในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดสกลนครซึ่งมีจำนวนจุดความร้อนสูง เพื่อทำความเข้าใจบริบทของเกษตรกรและเสนอแนะแนวทางส่งเสริมที่เหมาะสม นำไปสู่การลดการเผาอย่างยั่งยืน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาในพื้นที่การเกษตรในจังหวัดสกลนคร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วย 1) การวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ศึกษา คือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ปี พ.ศ. 2567 ของกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 300 ราย กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ ทาโร ยามาเน ที่ค่าความคลาดเคลื่อน 0.05 ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 172 ราย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายโดยการจับสลาก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา 2) การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ เจ้าหน้าที่ของภาครัฐที่ให้การสนับสนุน หรือส่งเสริมโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ผู้นำชุมชน และผู้แทนเกษตรกร จำนวน 10 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) เกษตรกร ร้อยละ 64.0 เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 56.31 ปี ร้อยละ 70.9 ไม่เป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำการเกษตรมากกว่า 20 ปี ร้อยละ 77.3 ปลูกข้าว ร้อยละ 91.9 ใช้วิธีไถกลบเพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (2) เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการเผาและวิธีการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในระดับมากที่สุด โดยตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ยังขาดความรู้เชิงเทคนิคในการจัดการเศษวัสดุ เช่น การทำปุ๋ยหมักหรือการผลิตไบโอชาร์ (3) เกษตรกรมีการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยกิจกรรมที่มีการปฏิบัติในระดับมาก ได้แก่ การไถกลบตอซังและฟางข้าว การใช้วัสดุคลุมดิน และการนำเศษวัสดุไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ขณะที่กิจกรรมที่ต้องใช้แรงงานหรือเทคโนโลยีเพิ่มเติมมีการปฏิบัติในระดับปานกลาง เช่น การไถกลบร่วมกับการใช้น้ำหมักชีวภาพ และการอัดฟางก้อน ส่วนกิจกรรมที่มีการปฏิบัติในระดับน้อย ได้แก่ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การจำหน่ายเพื่อผลิตพลังงานชีวมวล และการผลิตไบโอชาร์ ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดด้านตลาด เทคโนโลยี และต้นทุน (4) เกษตรกรได้รับการส่งเสริมการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผาในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะโครงการรณรงค์และสาธิตการลดการเผาอย่างต่อเนื่อง (5) ในด้านปัญหา พบว่า เกษตรกรเห็นด้วยในระดับมาก ว่าการบังคับใช้กฎหมายห้ามเผายังไม่เข้มงวด รวมทั้งยังมีข้อจำกัดด้านแรงงาน ต้นทุนการจัดการ ตลาดรองรับ และการเข้าถึงเครื่องจักร (6) เกษตรกรเห็นด้วยกับแนวทางการส่งเสริมในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดรองรับผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ การส่งเสริมแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาเกษตรกรต้นแบบ การถ่ายทอดความรู้วิธีการที่ทำได้ง่ายและต้นทุนต่ำ การส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อใช้เครื่องจักรร่วมกัน และการพัฒนาตลาดในระดับพื้นที่ |