|
ประชาปิตาธิปไตย: เมื่อความเสมอภาคทางเพศสภาพถูกกำหนดโดยบรรทัดฐานคนตรงเพศแบบชายเป็นใหญ่ – บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาสหราชอาณาจักร (ค.ศ. 2025) และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไทยที่ 20/2564 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นาดา ไชยจิตต์ |
| Title | ประชาปิตาธิปไตย: เมื่อความเสมอภาคทางเพศสภาพถูกกำหนดโดยบรรทัดฐานคนตรงเพศแบบชายเป็นใหญ่ – บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาสหราชอาณาจักร (ค.ศ. 2025) และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไทยที่ 20/2564 |
| Publisher | สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 46-73 |
| Keyword | ประชาปิตาธิปไตย, ทฤษฎีกฎหมายสายสตรีนิยม, คุณลักษณะทางเพศ, บรรทัดฐานบุคคลตรงเพศ |
| URL Website | https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MFULJ/ |
| Website title | วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง |
| ISSN | 2774-020X |
| Abstract | บทความนี้นำเสนอแนวคิด “ประชาปิตาธิปไตย” เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ระบบกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย แม้จะให้คำมั่นเรื่องความเท่าเทียม แต่กลับผลิตและสถาปนาลำดับชั้นทางเพศ โดยการกำหนดว่า “ความเป็นบุคคลทางการเมืองเต็มรูปแบบ” ต้องอิงอยู่กับบรรทัดฐานบุคคลตรงเพศ อาศัยกรอบทฤษฎีกฎหมายสายสตรีนิยม ทฤษฎีเควียร์ทางกฎหมาย และการวิพากษ์ของ Carole Pateman และ Bell Hooks บทความชี้ว่า การยอมรับทางกฎหมายจำนวนมากกลายเป็นการยอมรับ แต่เพียงผิวเผินเท่านั้น หรือเป็นเพียงการรับรองในนาม เมื่อวิธีการตีความของศาล การใช้กฎหมาย และการปฏิบัติของฝ่ายบริหาร ร่วมกันย้ำถึงหลักการเพศทางชีววิทยาที่แบ่งบุคคลออกเป็นสองเพศสรีระ พร้อมทั้งอ้างเหตุผลเรื่องความชัดเจนทางการบริหารมาใช้เป็นข้ออ้างในการจำกัดสิทธิทางการเมืองและการเข้าถึงบริการสาธารณะการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกรณีศึกษาสำคัญในสหราชอาณาจักรและไทย—รวมถึงคำพิพากษาศาลสูงสุดแห่งสหราชอาณาจักรในคดี For Women Scotland (2025) และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไทย—เผยให้เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยสามารถตอกย้ำอำนาจปิตาธิปไตยผ่านรูปแบบทางกฎหมายได้อย่างไร แนวคิดประชาปิตาธิปไตยจึงเป็นกรอบเพื่อทำความเข้าใจว่ากฎหมายและศาลยังคงสถาปนาความชอบธรรมแบบชายเป็นใหญ่ โดยทำให้ความเสมอภาคขึ้นอยู่กับการ “เหมือน” กับบรรทัดฐานเพศตรงเพศ บทความจบด้วยข้อเสนอเชิงกฎหมายและนโยบายที่มุ่งเชื่อมโยงการรับรองกับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ได้แก่ การประสานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระบบการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศที่ชัดเจน และกลไกถ่วงดุลเพื่อป้องกันการถอยหลังทางสิทธิ์ การถอยหลังเช่นนี้ขัดต่อหลักการกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล โดยเฉพาะหลัก “การรับรองสิทธิให้ก้าวหน้า” ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ซึ่งห้ามมิให้รัฐดำเนินมาตรการที่ลดทอนสิทธิ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่หนักหน่วงและสมควรอย่างยิ่ง |