|
การพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ชนกนันท์ ปิ่นตบแต่ง |
| Title | การพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| Journal Vol. | 20 |
| Journal No. | 72 |
| Page no. | 48-67 |
| Keyword | การท่องเที่ยวเชิงเกษตร, เครือข่ายการท่องเที่ยว, พฤติกรรมการท่องเที่ยว, การประเมินศักยภาพแหล่งเกษตรกรรม |
| URL Website | https://so05.tci-thaijo.org/index.php/researchjournal-lru |
| Website title | วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| ISSN | 2774-1109 |
| Abstract | จากสถานการณ์โควิด-19 การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นกระแสหลัก เนื่องจากเป็นการเลี่ยงพื้นที่หนาแน่น ได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งในจังหวัดปทุมธานีค่อนข้างเป็นที่นิยม เนื่องจากสามารถเดินทางได้สะดวกจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอำเภอหนองเสือที่มีพื้นที่เกษตรกรรมมากที่สุด และจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า มีแหล่งเกษตรกรรมที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาศักยภาพของแหล่งเกษตรกรรมในอำเภอหนองเสือที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเครือข่ายเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีวิธีในการศึกษา คือ 1) การสำรวจพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมดจำนวน 171 แห่ง 2) คัดกรองด้วยปัจจัยองค์ประกอบแหล่งท่องเที่ยว (5A’s) 3) ประเมินศักยภาพแหล่งเกษตรกรรมด้วยคู่มือการประเมินของสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และการสัมภาษณ์ 4) แบบสอบถามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของนักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่าง 400 คน เพื่อคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว 5) เชื่อมโยงเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ผลการศึกษาพบว่า มีแหล่งเกษตรกรรม 3 แห่ง ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ สวนต้นน้ำ สวนเกษตรสุขสถิต มาหาลัยชาวนา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่ได้รับการแนะนำจากสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัด ได้แก่ สวนเกษตรแก้วมังกร สวนฟุ้งขจร สวนเทพประทานพร สวนเราเกษตรอินทรีย์ และผลจากแบบสอบถามการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวสนใจกิจกรรมการปลูกพืชผักสวนครัวมากที่สุด (ร้อยละ 43) รองลงมาคือ การทำสวนไม้ดอก ไม้ประดับ และการปลูกพืชไม้ผล โดยรูปแบบกิจกรรมที่สนใจมากที่สุด คือ การเข้าชมพื้นที่ (ร้อยละ 48) รองลงมาคือ การรับประทานอาหารที่ผลิตในพื้นที่ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เมื่อนำมาเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยว พบว่า สามารถแบ่งเป็น 4 โปรแกรมตามเวลาในการท่องเที่ยว คือ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน |