แนวทางพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความจงรักภักดีสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาในการเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จังหวัดบุรีรัมย์
รหัสดีโอไอ
Creator วรงค์ ทิวทัศน์
Title แนวทางพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความจงรักภักดีสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาในการเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จังหวัดบุรีรัมย์
Contributor ไพฑูรย์ มนต์พานทอง
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
Publication Year 2566
Journal Title วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
Journal Vol. 18
Journal No. 63
Page no. 48
Keyword กลยุทธ์ทางการตลาด, ความจงรักภักดี, การท่องเที่ยวเชิงกีฬา, สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด
URL Website https://so05.tci-thaijo.org/index.php/researchjournal-lru
Website title วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ISSN 2774-1109
Abstract การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาต่อส่วนประสมทางการตลาดของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่มีผลต่อการสร้างความจงรักภักดีในหมู่นักท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย และกำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 400 คน จากนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของสโมสรบุรีรัมย์ในช่วงปี พ.ศ. 2561 นำข้อมูลวิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่และค่ามัธยฐาน แล้วนำมาทดสอบความสัมพันธ์ด้วยไคสแควร์และทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและพฤติกรรมทางการตลาดและข้อคิดเห็นต่อส่วนประสมทางการตลาดและความจงรักภักดีด้วยการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบพหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลวิจัยพบว่านักท่องเที่ยวเชิงกีฬาจะศึกษาข้อมูลจากเพื่อนและสื่อออนไลน์ก่อนเข้าชมการแข่งขันร้อยละ 83.75 รองลงมาคือเดินทางเข้าชมกันเองหรือมากันเป็นกลุ่มร้อยละ 97 และมักเดินทางด้วยพาหนะของตนเองร้อยละ 91 โดยมาถึงก่อนเช้าชมการแข่งขันและมักอยู่ต่อหลังจบการแข่งขันแล้ว 1 วัน เนื่องจากปกติแล้วนักท่องเที่ยวมักมาชมการแข่งขันแล้วเดินทางกลับไม่มีการค้างแรมหรืออยู่ต่อซึ่งนักท่องเที่ยวที่มีการค้างแรมจะใช้บริการที่พักอาศัยในท้องถิ่นนานกว่า 1 วัน ร้อยละ 91.50 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ ผู้ที่เคยซื้อและเคยใช้ผลิตภัณฑ์ของสโมสรแล้วมักซื้อซ้ำ มีความพึงพอใจสูงสุดกับชื่อเสียงของสโมสร การบริการข้อมูลการแข่งขัน การจัดการสนามแข่งขัน เห็นว่าราคาของผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกมีความคุ้มค่า และเชื่อมั่นในส่วนประสมทางการตลาด ยินดีที่จะแนะนำบอกต่อ และซื้อหรือใช้บริการซ้ำ ดังนั้นจากการวิเคราะห์ผลดังกล่าวพบว่าปัจจัยส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมและความต้องการในการเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสหสัมพันธ์แบบพหุคูณของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความจงรักภักดีในทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และการถดถอยเชิงพหุคูณของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านลักษณะทางกายภาพ และด้านกระบวนการ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ด้านอื่นๆ ไม่พบความสัมพันธ์กับความจงรักภักดีโดยรวม
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ