|
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภู โดยรถอีแต๊กระหว่างชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด จังหวัดเลย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมพงษ์ ดุลยอนุกิจ |
| Title | การศึกษาเชิงเปรียบเทียบประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภู โดยรถอีแต๊กระหว่างชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด จังหวัดเลย |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 57 |
| Page no. | 89 |
| Keyword | การศึกษาเชิงเปรียบเทียบ, ประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภู, รถอีแต๊ก |
| URL Website | https://so05.tci-thaijo.org/index.php/researchjournal-lru |
| Website title | วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย |
| ISSN | 1905-1867 |
| Abstract | การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาวิธีการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภูโดยรถอีแต๊กและเปรียบเทียบประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภูโดยรถอีแต๊กระหว่างชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสานวิธีทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ในการศึกษาวิธีการจัดการท่องเที่ยวใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มกรรมการชมรมทั้ง 2 ชมรม จำนวน 10 คน ประธานชมรม จำนวน 2 คน และกลุ่มผู้บริหารในท้องถิ่น จำนวน 8 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่โดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 3 ชุด และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยว จะเปรียบเทียบโดยใช้ตัวแปร 8 ตัว ได้แก่ 1) ประสิทธิผลทางการจัดการท่องเที่ยว 2) ประสบการณ์ของผู้นำ 3) กฎระเบียบและการบริหารจัดการ 4) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 5) ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 6) ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางขึ้นภู 7) สภาพของรถอีแต็กและผู้ขับรถ และ 8) การระเบิดจากข้างในของกลุ่ม โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่มที่กล่าวมาแล้ว และเพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวอีก 30 คน เพื่อให้มีข้อมูลเชิงปริมาณเพิ่มขึ้นสำหรับการเปรียบเทียบตัวแปรที่ 5-7 ข้างต้น ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ โดยใช้แบบสอบถาม 1 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการเปรียบเทียบตัวแปรที่สามารถคำนวณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่ามัชฌิมเลขคณิต และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ไม่สามารถคำนวณได้ โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลมีความเหมือนหรือต่างกัน ผลการศึกษา มีดังนี้ การจัดการท่องเที่ยวขึ้นภูโดยรถอีแต๊ก พบว่า 1) ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2557 เพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านทำไร่เลื่อนลอยในเขตป่าสงวน สมาชิกและกรรมการชมรมทุกคนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย มีผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานชมรม ฤดูการท่องเที่ยวจะเป็นช่วงปลายปี จะมีรถจอดรอให้บริการประมาณวันละ 50 คัน โดยทั่วไปประมาณวันละ 10 คัน เก็บค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่คนละ 60 บาท เด็กคนละ 30 บาท รายได้จากค่าโดยสารจะจัดสรรเข้าชมรม ร้อยละ 20 และร้อยละ 80 จัดสรรให้กลุ่มผู้ขับรถ นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารรถอีแต๊กเข้าถึงจุดชมวิว โดยไม่ต้องเดินขึ้นทางสูงชันอีก ได้ 3 จุด จากทั้งหมด 4 จุด 2) ชมรมส่งเสริม การท่องเที่ยวภูบ่อบิด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยเกิดจากความคิดริเริ่มของนายอำเภอเมืองเลย และผู้นำชุมชนในตำบลชัยพฤกษ์ สมาชิกและกรรมการชมรมครอบคลุมผู้ที่อาศัยอยู่ในตำบลชัยพฤกษ์ ซึ่งมี 11 หมู่บ้าน ประธานชมรมเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลชัยพฤกษ์ ปัจจุบันมีรถพร้อมให้บริการ 4 คัน ฤดูการท่องเที่ยวจะเป็นช่วงปลายปี จะมีรถอีแต๊กจอดรอให้บริการวันละ 3 คัน และโดยทั่วไปวันละ 1 คัน เก็บค่าโดยสารทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท รายได้จากค่าโดยสารจะจัดสรรให้ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลชัยพฤกษ์ ร้อยละ 30 ซึ่งเป็นชมรมที่ให้การสนับสนุนกลุ่มรถอีแต๊ก โดยไม่ได้จัดสรรให้ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด และจัดสรรให้ผู้ขับรถแต่ละคน ร้อยละ 70 เมื่อนักท่องเที่ยวโดยสารรถอีแต๊กแล้วจะต้องเดินขึ้นบันไดที่สูงชันอีกประมาณ 120 เมตร จึงจะถึงจุดชมวิวจุดแรก การเปรียบเทียบประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภูโดยรถอีแต๊ก พบว่า 1) ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะมีประสิทธิผลการจัดการท่องเที่ยวขึ้นภูโดยรถอีแต๊กมากกว่าชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด 2) ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะมีกฎระเบียบและการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การระเบิดจากข้างในของกลุ่ม ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางขึ้นภูและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ดีกว่าชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิด 3) ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูบ่อบิดมีประสบการณ์ของผู้นำมากกว่าชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูป่าเปาะ 4) สภาพของรถอีแต๊กและผู้ขับรถของทั้งสองชมรมมีคุณภาพไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน คือ ชุมชนต้องสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การจัดองค์กรรับผิดชอบหลักขนาดเล็กของผู้ที่มีความมุ่งมั่น และการจัดตั้งป่าชุมชน |