มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศกับแนวคิดการจัดการน้ำฝนในงานภูมิสถาปัตยกรรม: กรณีศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
รหัสดีโอไอ
Creator ยุทธภูมิ เผ่าจินดา
Title มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศกับแนวคิดการจัดการน้ำฝนในงานภูมิสถาปัตยกรรม: กรณีศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Publisher Thai Association of Landscape Architects
Publication Year 2563
Journal Title Landscape Architecture Journal
Journal Vol. 2
Journal No. 1
Page no. 39-56
Keyword มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ, การจัดการน้ำฝนในงานภูมิสถาปัตยกรรม, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม
URL Website https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAJ/index
Website title ThaiJO
ISSN 2697-553X
Abstract มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีแผนแม่บทการเปลี่ยนผ่าน 100 ปี โดยจะพัฒนาไปสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ (GO Eco) การจัดการน้ำฝนในงานภูมิสถาปัตยกรรมเป็นประเด็นหนึ่งในการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำท่วม ภาวะน้ำแล้งในหลายพื้นที่ การจัดการน้ำฝนจึงเป็นเรื่องที่ควรคำนึงในการวางแผนแม่บทเพื่อตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัย บทความนี้ศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อมในฐานะโครงการนำร่อง จากการศึกษาพื้นที่ตั้งของคณะฯ ขนาด 15,517 ตารางเมตร เมื่อจำแนกตามประเภทสิ่งปกคลุมดินที่ส่งผลต่อการซึมน้ำ พบว่าพื้นที่ปกคลุมดินร้อยละ 50.98 เป็นพื้นผิวแบบทึบน้ำ (Impervious Surfaces) ร้อยละ 49.02 เป็นพื้นผิวที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ (Pervious Surfaces) ถือว่ามากเมื่อเทียบกับนโยบายพื้นที่สีเขียวในสถานที่ราชการที่กำหนดไว้ร้อยละ 30 จึงเสนอแนวคิดการจัดการน้ำฝนโดยวางเป้าหมายไว้ที่ การเพิ่มพื้นผิวที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ กักเก็บน้ำฝนสำหรับใช้ประโยชน์ และเปรียบเทียบปริมาณน้ำไหลบ่าสูงสุดในพื้นที่ก่อนและหลังการพัฒนาตามแนวความคิด โดยระยะที่ 1 เพิ่มพื้นผิวที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ด้วยการปรับเปลี่ยนหลังคาแบน (Flat Slab) เป็นสวนดาดฟ้าแบบปล่อย (Extensive Roof Garden) ช่วยลดปริมาณน้ำไหลบ่าสูงสุดได้ร้อยละ 13.43 และการสร้างสวนน้ำฝน (Rain Garden) เพื่อช่วยหน่วงน้ำฝนจากหลังคาก่อนไหลสู่ทางระบายน้ำธรรมชาติ แนวคิดการจัดการน้ำฝนระยะที่ 2 เสนอให้ลดทางสัญจรบางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียวที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ เปลี่ยนระบบระบายน้ำจากถนนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง เป็นการระบายผ่านแถบกรอง (Filter Strips) เพื่อช่วยลดสารปนเปื้อนไหลสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดปริมาณน้ำไหลบ่าสูงสุดได้ร้อยละ 35.22 ระยะที่ 3 เพิ่มระบบกักเก็บน้ำฝนจากหลังคา (Rain Harvesting) โดยเก็บได้ปีละ 2,820.36 ลูกบาศก์เมตร สามารถใช้รดน้ำต้นไม้ต่อปีได้ 1,280 ตารางเมตร ผลการจัดการน้ำฝนตามแนวทางดังกล่าว คาดว่าจะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ
Thai Association of Landscape Architects

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ