การพัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องแบบบูสติ้งเพื่อจำแนกโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาโดยใช้คุณสมบัติซีมเล็ตเวฟเลตส์
รหัสดีโอไอ
Creator ชัชวาลย์ ศรีมนตรี
Title การพัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องแบบบูสติ้งเพื่อจำแนกโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาโดยใช้คุณสมบัติซีมเล็ตเวฟเลตส์
Contributor ธนรัฐ โชติพันธ์
Publisher สถาบันวิจัยและพัฒนา
Publication Year 2569
Journal Title วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
Journal Vol. 5
Journal No. 1
Page no. 44-60
Keyword โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา, การเรียนรู้ของเครื่อง, บูสติ้ง, ซีมเล็ต
URL Website https://li01.tci-thaijo.org/index.php/sci_01/article/view/270174
Website title วารสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
ISSN 2821-9406 (Online)
Abstract งานวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและวัดประสิทธิภาพแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องแบบบูสติ้ง 2) เพื่อจำแนกภาพถ่ายจอประสาทตาซึ่งมีภาวะโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ร่วมกับการสกัดคุณสมบัติเวฟเลตส์ ทรานส์ฟอร์มประเภทซีมเล็ตจำนวน 10 ซับแบนด์ โดยแต่ละซับแบนด์แสดงข้อมูลเชิงสถิติได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พลังงาน เอนโทรปี ความเบ้ และความโด่งทำให้ได้คุณลักษณะซีมเล็ตรวมทั้งสิ้น 60 คุณลักษณะซึ่งถูกนำไปประมวลผลร่วมกับแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องแบบบูสติ้งจำนวน 3 แบบจำลองได้แก่ เอ็กตรีมกราเดียนบูสต์ ไลต์จีบีเอ็ม และแคทบูสต์ โดยงานวิจัยนี้มีการประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองด้วย วิธีการ 10-Fold Cross Validation และตารางเมตริกซ์ความสับสน เพื่อคำนวณหาค่าความแม่นยำ ค่าความไว ค่าความจำเพาะ และประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ เพื่อคัดเลือกแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดในการจำแนก ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลองพบว่าแบบจำลองไลต์จีบีเอ็มให้ผลลัพธ์สูงสุดในเกือบทุกตัวชี้วัด โดยมีความแม่นยำร้อยละ 94.47 ความไวร้อยละ 95.24 ความจำเพาะร้อยละ 93.69 และค่าประสิทธิภาพโดยรวมของระบบร้อยละ 94.56 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้เวฟเลตส์ทรานส์ฟอร์มประเภทซีมเล็ตร่วมกับแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องแบบบูสติ้งสามารถเป็นทางเลือกในการวินิจฉัย โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ