|
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรี และความฉลาดทางอารมณ์ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สมเกียรติ เรียบร้อย |
| Title | การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรี และความฉลาดทางอารมณ์ โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 |
| Contributor | สุวรรณา จุ้ยทอง, อุษา คงทอง |
| Publisher | มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี |
| Journal Vol. | 5 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 51 |
| Keyword | ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรีและความฉลาดทางอารมณ์, กิจกรรมนันทนาการ |
| URL Website | http://www.kru.ac.th/journal/ |
| Website title | วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี |
| ISSN | 2286-7589 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรี โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ 2) พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ 3) ศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาดนตรีโดยใช้กิจกรรมนันทนาการสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนท่าช้างวิทยาคม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 จำนวน 68 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ จำนวน 34 คน และกลุ่มควบคุมเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จัดการเรียนรู้แบบปกติ จำนวน 34 คน ดำเนินการทดลองเป็นเวลา 7 สัปดาห์ ๆ ละ 1 วัน วันละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาดนตรี ค่าความเชื่อมั่น 0.90 2) แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิต ค่าความเชื่อมั่น 0.85 และ 3) แบบสอบถามเจตคติการเรียนรู้วิชาดนตรี โดยใช้กิจกรรมนันทนาการ ผลการวิจัยพบว่า1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนกลุ่มทดลองที่จัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมนันทนาการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นักเรียนกลุ่มทดลองที่จัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมนันทนาการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่จัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.052. ความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนท่าช้างวิทยาคมเทียบกับเกณฑ์ปกติของกรมสุขภาพจิต พบว่า มีความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในเกณฑ์ปกติทุกด้าน กลุ่มทดลองก่อนกับหลังการทดลอง พบว่า องค์ประกอบด้านเก่ง เรื่องสัมพันธภาพ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยค่าเฉลี่ยหลังการทดลอง สูงกว่าก่อนการทดลอง กลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม พบว่า องค์ประกอบด้านดี องค์ประกอบย่อย เรื่องเห็นใจผู้อื่น องค์ประกอบด้านมีสุของค์ประกอบย่อย เรื่องภูมิใจตนเองและพอใจชีวิต แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุม3. เจตคติที่มีต่อการเรียนวิชาดนตรี โดยใช้กิจกรรมนันทนาการของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมาก |