|
การส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จิรวัฒน์ ชูประยูร |
| Title | การส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา |
| Contributor | พัดตาวัน นาใจแก้ว |
| Publisher | หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL) |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 28-42 |
| Keyword | การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา, ความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์, ไฟฟ้าสถิต |
| URL Website | http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index |
| Website title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ |
| ISSN | 3057-1154 (Online) |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา ตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้เรียนรายวิชา ฟิสิกส์ 4 โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่ง เขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน จาก 1 ห้องเรียน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา หน่วยการเรียนรู้ ไฟฟ้าสถิต จำนวน 4 แผน 2) แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ เป็นแบบอัตนัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบทีแบบไม่อิสระต่อกัน และการทดสอบแบบทวินาม ผลการศึกษาพบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความ สามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนเท่ากับ 11.57 (SD = 4.48) คิดเป็นร้อยละ 32.13 และหลังเรียนเท่ากับ 28.30 (SD = 2.53) คิดเป็นร้อยละ 78.61 โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้นักเรียนทั้งหมดมีความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์อยู่ในระดับมากขึ้นไป เมื่อพิจารณาทิศทางการเปลี่ยนแปลงระดับความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ระหว่างก่อนและหลังเรียนพบว่านักเรียนทุกคนมีทิศทางการเปลี่ยนแปลงความสามารถในเชิงบวกทั้ง 3 สถานการณ์ปัญห |