|
การติดตามการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 2010 สาระวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในอำเภอสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | Seethong Parchaixiong |
| Title | การติดตามการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 2010 สาระวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในอำเภอสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์ |
| Contributor | พรทิพย์ ไชยโส, ปัฐมาภรณ์ พิมพ์ทอง |
| Publisher | หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL) |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 213-227 |
| Keyword | การติดตามการใช้หลักสูตร, หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 2010, สาระวิทยาศาสตร์, โรงเรียนในนครหลวงเวียงจันทน์ |
| URL Website | http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index |
| Website title | วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ |
| ISSN | 1906-9790 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค.ศ. 2010 สาระ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนในอำเภอสังทอง นครหลวงเวียงจันทน์ โดยใช้วิธีการประเมินเชิงระบบเกี่ยวกับความเหมาะสมด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต กลุ่มผู้ ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารโรงเรียน 5 คน หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ 5 คน ครูสอนวิทยาศาสตร์ 23 คน และนักเรียน 788 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบสังเกต และแบบวัดเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ใช้การวิเคราะห์ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา นำผลการวิเคราะห์มาเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละด้าน เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมของการใช้หลักสูตร ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านปัจจัยนำเข้า มีความพร้อมในเรื่องการเตรียมครูโดยครูส่วนใหญ่ ได้รับการอบรมแนวทางการใช้หลักสูตร และได้รับเอกสารประกอบการใช้หลักสูตร ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูพัฒนาตนเองและชุมชนให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ปัญหาที่พบคือ ครูวิทยาศาสตร์ไม่เพียงพอ โรงเรียนต้องใช้ครูคณิตศาสตร์มาสอนวิทยาศาสตร์ ขาดแคลนงบประมาณเพื่อซื้อวัสดุอุปกรณ์ใช้ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ไม่มีห้องทดลอง ขาดการติดตามนิเทศการสอนของครูอย่างต่อเนื่อง 2) ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอน ครูส่วนใหญ่มีการเตรียมแผนการสอน แต่ยังใช้การสอนแบบบรรยาย มีการใช้สื่อในระดับน้อย และการให้ผลย้อนกลับกับผู้เรียนอยู่ในระดับปานกลาง 3) ด้านคุณภาพของผลผลิต ผู้เรียนส่วนใหญ่มีผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง นักเรียนส่วนน้อยมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน มีนักเรียนที่มีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับสูงเพียงร้อยละ 17.64 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้คือ ผู้รับผิดชอบในการใช้หลักสูตรวิทยาศาสตร์ ควรให้การสนับสนุนอย่างยิ่งต่อการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ การจัดครูวิทยาศาสตร์ให้เพียงพอ และการจัดสรรงบประมาณทั้งในส่วนของอุปกรณ์การเรียนและห้องเรียนวิทยาศาสตร์ |