การเรียนรู้เรื่อง วัฏจักรเซลล์และไมโทซิส ด้วยการสืบเสาะวิทยาศาสตร์: แนวทางเชิงรุกเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนของความรู้
รหัสดีโอไอ
Creator สุภาพร พรไตร
Title การเรียนรู้เรื่อง วัฏจักรเซลล์และไมโทซิส ด้วยการสืบเสาะวิทยาศาสตร์: แนวทางเชิงรุกเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนของความรู้
Publisher หน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Publication Year 2558
Journal Title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ (JSTEL)
Journal Vol. 6
Journal No. 2
Page no. 175-187
Keyword การสืบเสาะวิทยาศาสตร์, วัฏจักรเซลล์, ไมโทซิส, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความคงทนของความรู้
URL Website http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/index
Website title วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้
ISSN 1906-9790
Abstract งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะวิทยาศาสตร์เรื่อง วัฏจักรเซลล์และไมโทซิส รวมทั้งศึกษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความคงทนของความรู้ ระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้และแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำไปใช้กับกลุ่มที่ศึกษา ซึ่งได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 36 คน เก็บข้อมูลจาก 1) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนซึ่งเป็นข้อสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 7 ข้อ 2) ใบงาน และ 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 2 ครั้ง (ครั้งที่ 1 สอบหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมการเรียนรู้ และครั้งที่ 2 สอบหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมการเรียนรู้ 15 วัน) ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะวิทยาศาสตร์นี้ ประกอบด้วย 5 ขั้น ขั้นที่ 1 นักเรียนจดจ่อกับคำถามที่จะนำไปสู่การสืบเสาะ ขั้นที่ 2 นักเรียนเก็บข้อมูลเพื่อสร้างเป็นหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับคำถาม ขั้นที่ 3 นักเรียนสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จากประจักษ์พยานที่ค้นพบ ขั้นที่ 4 นักเรียนเชื่อมโยงคำอธิบายไปยังองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และขั้นที่ 5 นักเรียนสื่อสารและโต้แย้งแสดงเหตุผลสนับสนุนผลการค้นพบของตนเอง ใช้เวลาในการจัดกิจกรรม 60 นาที ประสิทธิภาพของกิจกรรม (E1/E2) และค่าดัชนีประสิทธิผลมีค่าเท่ากับ 81.4/80.6 และ 0.7713 ตามลำดับ ทำให้นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียน () คิดเป็นร้อยละ 77.13 จัดเป็นความก้าวหน้าในระดับสูง ทำให้นักเรียนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนจากระดับไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (16.3%) ไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนระดับดีเยี่ยม (80.56%) (p < .05) และนักเรียนยังคงมีความความคงทนของความรู้ (80.16%) ไม่แตกต่างจากการสอบหลังเรียนครั้งที่ 1 (p ? .05)
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ