|
รูปแบบการพัฒนาครูด้านการประเมินการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิยพร ชุมจันทร์ |
| Title | รูปแบบการพัฒนาครูด้านการประเมินการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| Publisher | บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์ |
| Journal Vol. | 11 |
| Journal No. | 31 |
| Page no. | 89-104 |
| Keyword | การพัฒนาครู, การเรียนรู้การประเมิน, PAR, การศึกษา |
| ISSN | 2408-1647 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้ มีจุดประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการพัฒนาครูด้านการประเมินการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2) ทดลองและประเมินรูปแบบการพัฒนาครูด้านการประเมิน การเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 56 คน และครูผู้สอน จำนวน 341 คน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 กลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้รูปแบบ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 4 คน ครูผู้สอน จำนวน 20 คน และนักเรียน จำนวน 97 คน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา 2 โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 การตรวจสอบรูปแบบใช้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา จำนวน 9 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต และการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติบรรยาย ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. องค์ประกอบของรูปแบบ มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการและเหตุผล 2) แนวคิดพื้นฐาน 3) จุดมุ่งหมาย 4) บทบาทผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 5) กระบวนการพัฒนาครู และ 6) ปัจจัยความสำเร็จ โดยประยุกต์ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การรวบรวมข้อมูล และ การสะท้อนผล ในการดำเนินงานทุกขั้นตอน กระบวนการพัฒนาครู แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อม (Preparing phase) มี 3 กิจกรรม ประกอบด้วย สร้างความตระหนัก จับคู่เพื่อนคู่คิดร่วมกันพัฒนางาน และอบรมให้ความรู้ด้านการวัดและประเมินผล ระยะที่ 2 การดำเนินงาน (Action phase) มี 3 กิจกรรม ได้แก่ วางแผนบทเรียน สอนและสังเกตชั้นเรียน และสะท้อนผลการปฏิบัติงาน ระยะที่ 3 การประเมินผล (Evaluation phase) มี 2 กิจกรรม ประกอบด้วย ประเมินผลการปฏิบัติงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบมีความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้องและน่าเชื่อถือในการนำไปปฏิบัติในระดับมากถึงมากที่สุด 2. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า การดำเนินตามรูปแบบทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การประเมินการเรียนรู้ มีทักษะและความสามารถในการปฏิบัติการประเมินการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่ชัดเจนขึ้น และมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบ |