|
สถานการณ์ และแนวทางการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน : กรณีศึกษาจังหวัดอุดรธานี |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. รัตติกร เหมือนนาดอน 2. อาภากร มากขุนทด 3. วีรติ พงษ์ทิพย์พัฒน์ 4. พิมพ์วลัญช์ อายุวัฒน์ 5. นิสาพร วัฒนศัพท์ |
| Title | สถานการณ์ และแนวทางการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน : กรณีศึกษาจังหวัดอุดรธานี |
| Publisher | คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร |
| Journal Vol. | 10 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 151 |
| Keyword | สถานการณ์,เด็กเร่ร่อน,การช่วยเหลือ,อุดรธานี |
| ISSN | 1686-9192 |
| Abstract | เด็กที่อาศัยและทำงานบนท้องถนนเป็นกลุ่มเด็กที่มีความเปราะบาง เด็กกลุ่มนี้มักกลายเป็นเหยื่อของการถูกกระทำทารุณกรรมและถูกใช้หาผลประโยชน์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์เด็กเร่ร่อนในจังหวัดอุดรธานี รูปแบบการดูแลเด็กเร่ร่อนในปัจจุบัน และแนวทางการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนในอนาคต จากมุมมองของเด็กเร่ร่อนและบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กเร่ร่อน มีการดำเนินการวิจัยโดยการเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบจำเพาะเจาะจง และเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมด 4 วิธี ได้แก่ การทำกลุ่มสนทนากับบุคลากร 16 คน จาก 9 องค์กรของรัฐบาล การสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคลกับเด็กเร่ร่อน จำนวน 4 คน และบุคลากรที่ทำงานอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเด็กเร่ร่อน จำนวน 2 คน การลงสำรวจพื้นที่ต่างๆที่เด็กเร่ร่อนอาศัยอยู่ และการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริการต่างๆที่จัดให้กับเด็กเร่ร่อนจาก 2 หน่วยงาน มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กออกมาใช้ชีวิตบนท้องถนน ได้แก่ ครอบครัวแตกแยก ความยากจน การใช้สารเสพติดและการติดเพื่อน เด็กที่ออกมาเร่ร่อนและไม่มีสถานที่อยู่อาศัยที่ถาวรทำให้เด็กเร่ร่อนมีการตระหนักถึงคุณค่าในตนเองต่ำ มีปัญหาพฤติกรรม มีการใช้สารเสพติด มีความเสี่ยงต่อที่จะเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และมีการถูกตีตราจากสังคม มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ทำให้เด็กตัดสินใจที่จะเลือกวิถีการดำเนินชีวิตบนท้องถนนต่อไป ได้แก่ การมีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อน การมีชีวิตอิสระ และการมีรายได้เลี้ยงชีพ ในการศึกษาวิจัยนี้ยังพบว่าเด็กเร่ร่อนได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆของรัฐบาลในปัจจุบัน ได้แก่ การดูแลเด็กเฉพาะราย การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การส่งเสริมด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ และการช่วยเหลือให้มีบัตรประจำตัว แต่การดำเนินงานในปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลไม่เอื้ออำนวย ขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการ งบประมาณจำกัด ขาดความร่วมมือระหว่างองค์กรทำให้การดูแลเด็กเร่ร่อนเป็นแบบแยกส่วนมากกว่าการดูแลแบบองค์รวม สำหรับแนวทางการดูแลเด็กเร่ร่อนในอนาคตคือการมีบ้านเปิดที่ให้บริการแก่เด็กเร่ร่อนตลอด 24 ชั่วโมง และการมีบ้านพัฒนาเพื่อการดูแลเด็กเร่ร่อนในระยะยาว ข้อเสนอแนะที่สำคัญที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ คือ การส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวเพื่อป้องกันเด็กออกมาเร่ร่อน อีกทั้งนโยบายระดับชาติต้องให้การสนับสนุนสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเร่ร่อนให้มีการพัฒนาทางด้านร่างกาย การศึกษา และพัฒนาการต่างๆตามความจำเป็น รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการคือบ้านเปิดให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ตามความจำเป็น |