|
ความไม่สมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะของรัฐกับประชาชนอันเกิดจากการดำเนินโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน: ข้อมูลเชิงคุณภาพจากโครงการถมที่ดินในทะเลและการก่อสร้างหรือขยายสิ่งก่อสร้างบริเวณหรือในทะเลพื้นที่ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. ไชยา เกษารัตน์ 2. ชาลี ไตรจันทร์ 3. อิศรัฏฐ์ รินไธสง และ อาคม ใจแก้ว |
| Title | ความไม่สมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะของรัฐกับประชาชนอันเกิดจากการดำเนินโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน: ข้อมูลเชิงคุณภาพจากโครงการถมที่ดินในทะเลและการก่อสร้างหรือขยายสิ่งก่อสร้างบริเวณหรือในทะเลพื้นที่ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา |
| Publisher | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | วารสารเทคโนโลยีภาคใต้ |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 1 |
| Page no. | 33-39 |
| Keyword | ความไม่สมดุล, ผลประโยชน์สาธารณะ, รัฐ, ประชาชน, โครงการ |
| ISSN | 1906-0870 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและเสนอวิธีการจัดการความไม่สมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะของรัฐกับประชาชนจากการดำเนินโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน เป็นการศึกษาโดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพในโครงการถมที่ดินในทะเลและการก่อสร้างหรือขยายสิ่งก่อสร้างบริเวณหรือในทะเล บริเวณพื้นที่ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยผู้ศึกษาใช้วิธีการสนทนากลุ่ม ซึ่งกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชน ตัวแทนผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นและตัวแทนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของโครงการ และได้จัดการสนทนากลุ่มในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาผลการศึกษา พบว่าสภาพปัจจุบัน บริเวณฝั่งซ้ายของการสร้างเขื่อนปากคลองสะกอมได้รับผลกระทบจากการถูกกัดเซาะอย่างเห็นได้ชัด ชายหาดมีความชันเหมือนหน้าผาสูงกว่า 3 เมตร ส่งผลให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเกิดการเรียกร้องให้ส่วนราชการเข้ามาแก้ปัญหา ส่วนปัจจัยที่ก่อให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะของรัฐกับประชาชนนั้นมี 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) ทัศนคติเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีต่อการดำเนินโครงการฯ และ (2) ความหวาดระแวงหรือความไม่ไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อการดำเนินโครงการฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นแนวทางในการแก้ปัญหาคือการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน การมีทัศนคติที่ตรงกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความไม่ไว้วางใจระหว่างกันทั้งจากผู้ดำเนินโครงการ คือรัฐและประชาชนในพื้นที่เขตการพัฒนาของโครงการพัฒนานั้น |