|
ผลการใช้กิจกรรมการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุชานันท์ จงนอก |
| Title | ผลการใช้กิจกรรมการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI |
| Contributor | นพพร แหยมแสง, วรนุช แหยมแสง |
| Publisher | ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารพัฒนาการเรียนการสอน |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 175-187 |
| Keyword | การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI, ร้อยละ |
| URL Website | https://jrtl.rsu.ac.th/volume/16/number/2/article/325 |
| Website title | วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต |
| ISSN | 2651-1584 |
| Abstract | การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (dependent t-test) ผลการวิจัยพบว่า (1) ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI มีประสิทธิภาพ 84.22/82.08 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 (2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ร้อยละ ตามวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI พบว่า อยู่ในระดับมาก |