|
การศึกษาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างของนักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยรังสิต |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | นิภา กิมสูงเนิน |
| Title | การศึกษาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างของนักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยรังสิต |
| Contributor | ศุภรัตน์ แป้นโพธิ์กลาง |
| Publisher | ศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | วารสารพัฒนาการเรียนการสอน |
| Journal Vol. | 16 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 73-87 |
| Keyword | พฤติกรรมการใช้เวลาว่าง, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, นักศึกษาพยาบาล, มหาวิทยาลัยเอกชน |
| URL Website | https://jrtl.rsu.ac.th/volume/16/number/2/article/318 |
| Website title | วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต |
| ISSN | 2651-1584 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมการใช้เวลาว่าง 2) ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้เวลาว่างกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 1-4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลัยรังสิต ชั้นปีที่ 1 - 4 จำนวน 494 คน และ 3) ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่างของนักศึกษาพยาบาล กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาล ชั้นปีที่ 3 จำนวน 124 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 60 คน กลุ่มควบคุม 64 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับโปรแกรมตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการใช้เวลาว่าง 4 ด้านจำนวน 36 ข้อ ทดสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง ได้ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค 0.91 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ไค-สแควร์ Independent t-test และ paired t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการใช้เวลาว่างของนักศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (2.86) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับปานกลาง 3 ด้าน คือ ด้านกิจกรรมการเรียน (3.36) ด้านกิจกรรมการพักผ่อน (3.46) และด้านกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ (2.54) ส่วนด้านกิจกรรมสุขภาพอยู่ในระดับต่ำ (2.06) 2. พฤติกรรมการใช้เวลาว่างโดยรวมไม่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ _ = 0.05 เมื่อวิเคราะห์รายด้านพบว่า ด้านกิจกรรมการเรียนและด้านกิจกรรมปฏิสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ _ = 0.01 และระดับ 0.05 3. กลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการใช้เวลาว่างด้านกิจกรรมการเรียนสูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ _ = 0.000 และ 0.029 ตามลำดับ |