|
สาราณียธรรม : หลักธรรมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | 1. พระมหาประเสริฐ สุเมโธ(เพชรศรี) 2. ปิยวัฒน์ คงทรัพย์ |
| Title | สาราณียธรรม : หลักธรรมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย |
| Publisher | สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Publication Year | 2559 |
| Journal Title | วารสารวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม |
| Journal Vol. | Vol.3 |
| Journal No. | No.1 |
| Page no. | 21 |
| Keyword | หลักธรรมในการแก้ปัญหา,ความขัดแย้งในสังคมไทย |
| ISSN | ISSN:2350-9783 |
| Abstract | ความแตกแยกในทางสังคมและการเมือง เป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของมนุษยชาติที่มีมาอย่างยาวนาน คู่กับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ผลจากความแตกแยกขัดแย้งก็มักจะลงเอยคล้ายๆ กันทุกครั้ง คือ ต้องเสียเลือดเสียเนื้อของผู้ที่ขัดแย้งกันโดยตรง หรือผู้ที่เข้าไปร่วมวงขัดแย้งกับคู่กรณีนั้น สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ หรือสงครามโลก หรือแม้แต่สงครามระหว่างผู้เคร่งศาสนาก็ล้วนมีสาเหตุมาจากความแตกแยกขัดแย้ง สาเหตุสำคัญของความขัดแย้งที่มนุษย์สามารถจับอาวุธเข้าทำลายล้างกันได้อย่างหนึ่งคือ ความขัดแย้งทางความคิด จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทั้งหลายที่ลุกลามไปสู่สงครามระหว่างท้องถิ่นหรือสงครามกลางเมืองล้วนมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิดทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับทัศนะของพระครูปลัดไพฑูรย์ เมธิโก (2557 : 56) ได้กล่าวถึง ในปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤติการณ์ความขัดแย้งที่มีความซับซ้อน และมีความเป็นพลวัตรสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อันเกิดจากการสะสมของความรุนแรงเชิงโครงสร้างทางสังคม (Structural Violence) ที่กดขี่และทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกแยกและแบ่งแยกคนในสังคมออกจากกัน ผสานกับความรุนแรงทางวัฒนธรรม (Cultural Conflict) ที่ให้ความชอบธรรมกับความรุนแรงเชิงโครงสร้างและความรุนแรงทางตรง นอกจากนั้นชั้นต่อไปของปัญหายังถูกกดทับด้วยปัญหาพัฒนาการและการขยายตัวของความขัดแย้งที่เจริญเติบโตควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ ซึ่งเกิดจากการที่รัฐใช้กลไกทางเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนสถาบันต่างๆ ของประเทศเพียงกลไกเดียว จนทำให้ประชาชนในชนบท คนด้อยโอกาส และคนยากจนถูกยัดเยียดสถานะของการเป็นคนชายขอบของสังคม โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์เลือก ผนวกกับปัญหาการบริหารงานของรัฐแบบรวมศูนย์แต่กระจัดกระจายปัญหาประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่ไม่มีประสิทธิภาพ และปัญหาทางด้านโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ผสานรวมตัวกันจนกลายเป็นวิกฤติการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทย ที่ไม่สามารถหาทางออกได้และเมื่อประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคมอย่างที่ควรจะเป็น และรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จึงก่อให้เกิดการประท้วงดื้อแพ่งหรือการขัดขืนอย่างสงบ (Civil Disobedience) จนถึงขั้นใช้กำลังและความรุนแรงในการเรียกร้อง และคัดค้านอำนาจรัฐดังที่ปรากฏอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ส่วนพระครูนิภาสธรรมาธิมุต (อำพร ปริมุตฺโต) (2553 : 1) ได้กล่าวถึง สังคมไทยเป็นสังคมที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับพระพุทธศาสนามาเป็นเวลาช้านาน การดำเนินชีวิตจะควบคู่ไปกับศาสนาโดยการนำเอาหลักธรรมมาเป็นครรลองชีวิตเสมอมาโดยรวมคือว่า สังคมไทยกับพระพุทธศาสนาเอื้อเฟื้อเกื้อหนุนและส่งเสริมกันมาตลอด ในแง่ของจริยธรรม พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานของสังคมไทยมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังจริยธรรมจนทำให้สังคมมีความสงบร่มเย็นมีความสุขมาโดยตลอด กล่าวคือมีความผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยตั้งแต่เกิดจนกระทั้งตาย การดำเนินชีวิตด้วยการนำหลักธรรมทางศาสนามาปฏิบัติเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของจริยธรรมที่ต้องมีศาสนาเป็นแกนหลัก ผู้เขียนจึงสรุปได้ว่า ท่ามกลางความขัดแย้ง ยังมีผู้คนจำนวนมากที่วางตัวเป็นกลาง หรือที่มักเรียกกันว่า พลังเงียบ ซึ่งคนเหล่านี้จะเฝ้ามองอย่างมีความหวังว่า ปัญหาดังกล่าวจะยุติลงด้วยดีโดยมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้หวังดีต่อประเทศชาติอย่างจริงใจมาช่วยประนีประนอมให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีในที่สุด เพราะเชื่อว่า "อยุธยาไม่สิ้นคนดี" ดังนั้น ผู้หวังดีต่อประเทศชาติอย่างจริงใจโดยไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนแอบแฝง นั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าได้รับแรงบันดาลใจที่ดีและมั่นใจได้ ท่านเหล่านั้นจะรวมพลังกันทำเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้ตามที่หวัง เพราะประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทยมายาวนาน ชาวไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ นับถือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งเป็นสรณะ และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ถัานำพุทธวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ทรงแสดงแก่พระภิกษุสงฆ์มาประยุกต์ใช้กับปัญหาดังกล่าว น่าจะทำให้สังคมไทยยอมรับได้ และช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หวังดีทั้งหลายได้ทำเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี สมตามความหวังของสังคม และเพื่อให้เกิดความสงบสุขของสังคมไทย จึงขอเสนอหลักธรรมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในกันติสูตร คัมภีร์มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฎก เล่ม 14 เพื่อเป็นแนวพิจารณาของผู้หวังดีต่อประเทศชาติ |