|
จากดอยไร่หมุนเวียนสู่ป่าต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์: การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน ภายใต้อิทธิพลทางศาสนาของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พระครูสุตวัฒนบัณฑิต |
| Title | จากดอยไร่หมุนเวียนสู่ป่าต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์: การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน ภายใต้อิทธิพลทางศาสนาของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ |
| Contributor | พระราชวชิรคณี, พระมหานพดล สุวณฺณเมธี, ณฐยา ราชสมบัติ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 381 |
| Keyword | ทุนทางสังคม, การจัดการทรัพยากรร่วม, การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน, การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ, ศาสนากับการพัฒนาชุมชน |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2985-0053 (Online) |
| Abstract | บทความวิชาการนี้เป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนดอยไทร บ้านห่างหลวง ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้อิทธิพลของการมาตั้งที่พักสงฆ์ โดยบูรณาการกรอบทฤษฎีสามชุด ได้แก่ ทุนทางสังคมของพัทนัม แนวคิดการจัดการทรัพยากรส่วนรวมของออสตรอม และแนวคิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันของดักลาส ซี. นอร์ท ในแง่ของการวิเคราะห์เชิงสถาบัน ศาสนาพุทธทำหน้าที่เป็นสถาบันที่ไม่เป็นทางการซึ่งประกอบด้วยบรรทัดฐาน ค่านิยม และข้อห้ามทางศีลธรรมที่ฝังรากอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชน สถาบันเหล่านี้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างแรงจูงใจของสมาชิก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับข้อเสนอของนอร์ทที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันมักเกิดขึ้นผ่านกระบวนการสะสมทางวัฒนธรรมมากกว่าการบังคับใช้จากภายนอก ผลการศึกษา พบว่า การมาของพระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งในการสร้างทุนทางสังคมผ่านกลไกทางศาสนาและเครือข่ายความเชื่อใจ ส่งผลให้เกิดการจัดการทรัพยากรส่วนรวมที่มีประสิทธิภาพตามหลักการของออสตรอม อันประกอบด้วยการกำหนดขอบเขตทรัพยากรที่ชัดเจน การสร้างกฎเกณฑ์ร่วม การตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม และระบบการควบคุมดูแลโดยชุมชน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดินจากไร่หมุนเวียนสู่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การยุติการใช้สารเคมีเกษตรด้วยฉันทามติร่วม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบมีส่วนร่วม การศึกษาเผยให้เห็นว่าทุนทางสังคมในรูปแบบความเชื่อใจ บรรทัดฐานการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเครือข่ายที่เชื่อมโยงผ่านพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานสำคัญของการจัดการทรัพยากรส่วนรวมที่ยั่งยืน แบบอย่างของดอยไทรแสดงศักยภาพในการขยายผลสู่ชุมชนอื่น อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่และความต่อเนื่องในการถ่ายทอดค่านิยมสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อรักษาความยั่งยืนของสถาบันในระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดการพึ่งพาเส้นทางในอดีตของนอร์ทที่ชี้ว่าความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของสถาบัน |