|
ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตพื้นที่อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม : การวิจัยกึ่งทดลอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | กิติศักดิ์ วาทโยธา |
| Title | ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขตพื้นที่อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม : การวิจัยกึ่งทดลอง |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2569 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 9 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 119 |
| Keyword | ความรอบรู้ทางสุขภาพ, การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, บุหรี่ไฟฟ้า, นักสูบหน้าใหม่, นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2985-0053 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการป้องกันการเป็นนักสูบหน้าใหม่ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น วิธีดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในอำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 70 คน เลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 35 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรม 4 ครั้ง ระยะเวลา 8 สัปดาห์ ได้แก่ การให้ความรู้และปรับเปลี่ยนทัศนคติ การฝึกทักษะการตัดสินใจและพฤติกรรมปฏิเสธ การให้คำปรึกษาและแรงสนับสนุนจากกลุ่ม และการติดตามผล เครื่องมือวิจัยมีค่า IOC เท่ากับ 0.75 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบวิลค็อกซัน และการทดสอบแมนน์-วิทนีย์ ยู ผลการวิจัย พบว่า โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนมีประสิทธิผลต่อการป้องกันการเป็นนักสูบหน้าใหม่ โดยภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้เกี่ยวกับโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 19.03±1.20 เป็น 19.89±0.32 คะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเพิ่มขึ้นจาก 82.63±1.90 เป็น 99.06±1.00 และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้นจาก 82.60±2.13 เป็น 98.69±1.25 สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ทั้งสามตัวแปร เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตน (Z=-5.006, p<.001, r=.60) และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ (Z=-4.953, p<.001, r=.59) สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขนาดอิทธิพลระดับสูง ขณะที่คะแนนเฉลี่ยความรอบรู้เกี่ยวกับโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน (Z=0.21, p=.723) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวมีประสิทธิผลในการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและพฤติกรรมการป้องกันการเป็นนักสูบหน้าใหม่ จึงควรนำไปบูรณาการใช้ในระบบการศึกษาและงานสาธารณสุขในพื้นที่ต่อไป |