|
รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานของโรงเรียนในเครือข่ายคีรีรัฐนิคม 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | ปิญภักดิ์ นุ่นชูผล |
| Title | รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานของโรงเรียนในเครือข่ายคีรีรัฐนิคม 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 |
| Contributor | ญาณิศา บุญจิตร์, จิรศักดิ์ แซ่โค้ว |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2568 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 155 |
| Keyword | การพัฒนาครู, การจัดการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2672-9962 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน 2) สร้างรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน และ 3) ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหา กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 97 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ และครูผู้สอน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ขั้นที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาครู โดยยกร่างรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีและความเป็นไปได้ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบตรวจสอบรูปแบบ ขั้นที่ 3 ประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนเป้าหมาย 5 โรงเรียน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ และครูผู้สอน รวมทั้งสิ้น 30 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมิน ความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบการพัฒนาครู มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กลไกการดำเนินงาน ประกอบด้วย วิธีการพัฒนาครู 3 ขั้นตอน คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ และการประเมินผล และขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์ เป็นฐาน รูปแบบมีความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎีความเป็นไปได้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) ผลการประเมินประสิทธิผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน พบว่า 3.1) ด้านความรู้ ผู้เข้ารับการพัฒนามีคะแนนความรู้หลังพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย 3.2) ผลการประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 3.3) ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ โดยรวมอยู่ในระดับมาก |