|
รูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกษาอาชีวศึกษา ในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของจังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอปริหานิยธรรม |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | วิรัช ตั้งประดิษฐ์ |
| Title | รูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกษาอาชีวศึกษา ในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของจังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอปริหานิยธรรม |
| Contributor | วินัย ทองมั่น, วรกฤต เถื่อนช้าง |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2567 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 7 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 319-336 |
| Keyword | การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ, นักศึกษาอาชีวศึกษา, สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม, หลักอปริหานิยธรรม |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2672-9962 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2) สร้างรูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และ 3) ประเมินรูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาอาชีวศึกษาในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของจังหวัดนครสวรรค์ตามหลักอปริหานิยธรรม เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกที่คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 15 คน ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และการสนทนากลุ่มเฉพาะที่คัดเลือกแบบฉพาะเจาะจง รวม 12 รูป/คน และการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อประเมินรูปแบบฯ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง โดยผู้เชี่ยวชาญที่เลือกแบบเฉพาะเจาะจงและให้ความร่วมมือการในการวิจัย รวม 17 รูป/คน ผลการวิจัย พบว่า 1) การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ แบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดฝึก ด้านการจัดทำแผนการฝึก ด้านการเตรียมการก่อนการจัดฝึก และการดำเนินการจัดการฝึก การนิเทศ ติดตาม กำกับดูแลการฝึก โดยสรุปจะดำเนินการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ สถานศึกษา นักศึกษา และ และสถานประกอบการ 2) การพัฒนารูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพฯ พบว่า เป็นรูปแบบการจัดการการฝึกฯ ใน 4 ด้าน และ 7 หลัก ตามอปริหานิยธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) จัดประชุมพบปะหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย อย่างต่อเนื่องและบ่อยครั้ง 2) มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม 3) ไม่ลุอำนาจในการจัดการปรับแก้เองแต่เพียงฝ่ายเดียว 4) อยู่บนฐานของกฎระเบียบข้อบังคับของหน่วยงาน 5) มีการเคารพให้เกียรติกัน 6) มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร และ 7) มีกิจกรรมการยกย่องให้รางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการจัดการฝึก และ 3) ผลการประเมินรูปแบบการจัดการการฝึกประสบการณ์ฯ พบว่ารูปแบบมีมาตราฐานในความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง ซึ่งผลของการประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุดในทุกด้าน |