|
แนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะแบบผสมผสานที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าของอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | สุชาติ อิ่มสำราญ |
| Title | แนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะแบบผสมผสานที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าของอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ |
| Contributor | โสมฉาย บุญญานันต์ |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2566 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 6 |
| Journal No. | 5 |
| Page no. | 139-154 |
| Keyword | กิจกรรมศิลปะแบบผสมผสาน, การเห็นคุณค่า, นักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, อัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้าน |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2672-9962 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและนำเสนอแนวทางการออกแบบกิจกรรมศิลปะแบบผสมผสานที่ส่งเสริมการเห็นคุณค่าของอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านของไทยสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วิธีวิจัยที่ใช้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกิจกรรมศิลปะจำนวน 5 คน นักท่องเที่ยวจำนวน 100 คน และตัวอย่างกิจกรรมศิลปะพื้นบ้านฯ จำนวน 5 กิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา พบว่า รูปแบบและแนวทางการออกแบบกิจกรรมศิลปะฯ ควรมีจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ในด้านความรู้สึกและด้านทักษะที่เกิดขึ้น ด้านการประยุกต์เอาผลงานศิลปะพื้นบ้านไปใช้ในชีวิตประจำวัน เนื้อหากิจกรรมประกอบด้วย การนำเสนอรูปลักษณ์ ที่มา ความเชื่อ เรื่องราวที่น่าสนใจ และการเรียนรู้ทดลองทำชิ้นงานด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม แนวทางการจัดกิจกรรมควรเป็นชุดกิจกรรมที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองที่ไม่ยากจนเกินไป เวลาที่ใช้ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ขั้นตอนเริ่มจาก ขั้นนำ คือ การสังเกตลักษณะทางกายภาพ แหล่งผลิต เรียนรู้เรื่องราว ตำนานเกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้าน ส่วนขั้นปฏิบัติกิจกรรม คือ การสร้างผลงานในแต่ละขั้นตอน และขั้นสรุป คือ การสะท้อนคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชื่อมโยงเข้าสู่คุณค่าของศิลปะพื้นบ้าน คุณค่าศิลปะพื้นบ้านที่ควรส่งเสริมให้เห็น ได้แก่ ด้านความรู้สึกและการใช้สอย ด้านเนื้อหาเรื่องราวที่มา ด้านความเชื่อ และด้านกายภาพความงาม สื่อการสอน ควรมีทั้ง Digital Platform และ Social Media Platform บูรณาการกับสื่อสิ่งพิมพ์ แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ชัดเจน มีการจัดหมวดหมู่เพื่อป้องกันการสับสนและเหมาะสมกับทุกช่วงวัย การวัดและประเมินผล ควรมีทั้ง Online และ On Hand เน้นการประเมินผลความสุขที่เกิดขึ้นและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ไม่ควรทำให้รู้สึกว่ากำลังถูกทดสอบ สามารถวัดได้ทั้งก่อนทำ ขณะทำและหลังทำกิจกรรม |