|
การส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พระวชิรวิทย์ กองโกย |
| Title | การส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน |
| Contributor | สมยศ ปัญญามาก, พระครูโสภณปริยัติสุธี |
| Publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ |
| Publication Year | 2565 |
| Journal Title | The Journal of Research and Academics |
| Journal Vol. | 5 |
| Journal No. | 4 |
| Page no. | 45-58 |
| Keyword | การส่งเสริม, ความปรองดองสมานฉันท์, ภาครัฐและประชาชน, หลักสาราณียธรรม |
| URL Website | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| Website title | https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index |
| ISSN | ISSN 2672-9962 (Online) |
| Abstract | บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน 2) เปรียบเทียบระดับการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน และ 3) ประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน เป็นการวิจัยผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน จำนวน 14,344 คน ในจำนวน 25 ชุมชน คำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างจากสูตรของทาโร่ ยามาเน่ ได้ประชากรกลุ่มตัวอย่างจำนวน 389 คน และการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวนทั้งสิ้น 10 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน พบว่า อยู่ในระดับมาก ผลรวมค่าเฉลี่ย = 3.92 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการจัดการระบบการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ผลรวมค่าเฉลี่ย = 3.86 ด้านการพัฒนาผู้นำชุมชน ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ผลรวมค่าเฉลี่ย = 3.95 และด้านการกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวของผู้แทน ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ผลรวมค่าเฉลี่ย = 3.94 2) ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของประชากรกลุ่มตัวอย่างที่มีผลต่อการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน พบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ การศึกษา และอาชีพที่แตกต่างกัน มีระดับการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้ง 4 ปัจจัย และ 3) การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมในการส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน ได้แก่ หลักสาราณียธรรม ประกอบด้วย เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม สาธารณโภคิตา สีลสามัญญตา และทิฏฐิสามัญญตา |