|
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจำแนกข้อมูลเพื่อทำนายการได้รับทุนการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้เทคนิควิธีการทำเหมืองข้อมูล |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พีรศุษม์ ทองพ่วง |
| Title | การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจำแนกข้อมูลเพื่อทำนายการได้รับทุนการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยใช้เทคนิควิธีการทำเหมืองข้อมูล |
| Contributor | พีรศุษม์ ทองพ่วง, จรัญ แสนราช |
| Publisher | คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล |
| Publication Year | 2564 |
| Journal Title | วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย |
| Journal Vol. | 8 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 44-52 |
| Keyword | ทุนการศึกษา/ ต้นไม้ตัดสินใจ/ เบย์/ เคเนียร์เรสเนเบอร์/ เรียนรู้เชิงลึก/ แรนดอมฟอร์เรส |
| URL Website | https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jpr2r/article/view/250058 |
| Website title | วารสารการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (JPR2R ) |
| ISSN | ISSN 2392-568X |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการได้รับทุนการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรีและเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจำแนกข้อมูลของตัวแบบด้วยเทคนิควิธีต้นไม้ตัดสินใจ(Decision Tree) วิธีแบบเบย์(Naïve Bayes) วิธีเคเนียร์เรสเนเบอร์(K-Nearest Neighbors) วิธีการเรียนรู้เชิงลึก(Deep Learning) และวิธีแรนดอมฟอร์เรส(Random Forest) โดยใช้ข้อมูลจากการขอทุนการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์จากกองบริหารงานบพิตรพิมุขจักรวรรดิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์พื้นที่บพิตรพิมุขจักรวรรดิ ระหว่างปีการศึกษา 2557-2561 มีจำนวน 15 แอตทริบิวต์ และข้อมูลจำนวน 1,155 ชุด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม Rapid Miner 9.3 ในการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องและทดสอบประสิทธิภาพด้วยวิธี 10-Fold Cross Validation กับตัวแบบ ผลการวิจัยพบว่าข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันมีจำนวน 11 แอตทริบิวต์ และการจำแนกประเภทที่มีค่าความถูกต้องสูงสุดโดยวิธีแรนดอมฟอร์เรส(Random Forest)มีค่าร้อยละ 94.28 รองลงมาคือวิธีการเรียนรู้เชิงลึก(Deep Learning) มีค่าความถูกต้องร้อยละ 93.51 วิธีต้นไม้ตัดสินใจ(Decision Tree) มีค่าความถูกต้องร้อยละ 92.64 วิธีแบบเบย์(Naïve Bayes) มีค่าความถูกต้องร้อยละ 92.47 และวิธีที่ถูกต้องน้อยที่สุดคือวิธีเคเนียร์เรสเนเบอร์(K-Nearest Neighbors) มีค่าความถูกต้องร้อยละ 89.70 ตามลำดับ งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ทำนายเพื่อวิเคราะห์แนวทางในการเสนอแนะและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาต่อไป |