การพัฒนารถจักรยานยนต์สามล้อไฟฟ้า โดยระบบส่งกำลังสายพานไทม์มิ่ง
รหัสดีโอไอ
Creator ประภวิษณุ์ แก้วหล้า
Title การพัฒนารถจักรยานยนต์สามล้อไฟฟ้า โดยระบบส่งกำลังสายพานไทม์มิ่ง
Contributor นิคม ลนขุนทด, อัษฎา วรรณกายนต์, วิรัช อนุชานุรักษ์
Publisher คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Publication Year 2569
Journal Title วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Journal Vol. 11
Journal No. 1
Page no. 47-62
Keyword รถจักรยานยนต์สามล้อ, พลังงานไฟฟ้า, การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า
URL Website https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/journalindus
Website title วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Abstract การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์สามล้อไฟฟ้าโดยใช้ระบบส่งกำลังสายพานไทม์มิ่งเพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน การศึกษาเริ่มจากการกำหนดปัญหาหรือความต้องการ จากนั้นดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบส่งกำลังด้วยสายพานไทม์มิ่ง ซึ่งมีข้อดีคือ การถ่ายทอดกำลังที่มีประสิทธิภาพสูง ลดการสึกหลอ และลดเสียงรบกวน กระบวนการพัฒนาประกอบด้วยการออกแบบโครงสร้างรถ การเลือกมอเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสม การคำนวณอัตราทดเกียร์และขนาดสายพาน รวมถึงการติดตั้งระบบควบคุมและแบตเตอรี่ ผลการวิจัย พบว่า 1) รถจักรยานยนต์สามล้อไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 300 กิโลกรัม ระยะทางการใช้งานต่อการชาร์จเต็มประมาณ 60-80 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้ต้นกำลังจากมอเตอร์บัสเลสชนิดไร้แปลงถ่านขนาดเท่ากับ 3,000 วัตต์, กล่องคอนโทลเลอร์ 100 แอมป์, กล่อง DC to DC คอนเวอร์เตอร์, แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาดเท่ากับ 72 โวลต์ 30 แอมป์, ชุดส่งกำลังผ่านสายพานไทมิ่ง และเฟืองสายพานมีค่าเท่ากับ 3.714 : 1, ความเร็วรอบเพลาเท่ากับ 58.786 rpm 2) ผลการทดสอบสมรรถนะในการวิ่งทดสอบบถนนลาดยางระยะ 200 เมตร พบว่า เมื่อน้ำหนักบรรทุกเพิ่มจาก 0-100 กิโลกรัม เวลาที่ใช้เพิ่มจาก 18.37 เป็น 25.37 วินาทีความเร็วสูงสุดลดจาก 45.33 เป็น 38.50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาเร่ง 0-20 เมตร เพิ่มจาก 3.17 เป็น 5.50 วินาที ระยะเบรกเพิ่มจาก 2.5 เป็น 4.40 เมตร กระแสไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มจาก 45.33 เป็น 69 แอมป์ และการใช้พลังงานเพิ่มจาก 32.17 เป็น 55.83 วัตต์ต่อชั่วโมง และการวิ่งทดสอบบนถนนดินอัดแห้ง สมรรถนะลดลง เมื่อเทียบกับถนนลาดยาง โดยเวลาที่ใช้เพิ่มเป็น 22.27-35.70 วินาที ความเร็วสูงสุดลดเหลือ 38.73-27.43 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระแสไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มเป็น 66.33-112.33 แอมป์ และการใช้พลังงานเพิ่มเป็น 51.90-99.17 วัตต์ต่อชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าสภาพพื้นผิวถนนและน้ำหนักบรรทุกส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของรถ
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

บรรณานุกรม

EndNote

APA

Chicago

MLA

ดิจิตอลไฟล์

Digital File
DOI Smart-Search
สวัสดีค่ะ ยินดีให้บริการสอบถาม และสืบค้นข้อมูลตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) สำนักการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ค่ะ