|
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวยุทธศาสตร์การเสริมต่อการเรียนรู้ประสบการณ์การอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | จุฑาทิพย์ จันทิชัย |
| Title | การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวยุทธศาสตร์การเสริมต่อการเรียนรู้ประสบการณ์การอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 |
| Contributor | สมาน เอกพิมพ์ และ ทิพาพร สุจารี |
| Publisher | Facilty of Education Rajabhat Maha Sarakham University |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Journal of Education |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 165-178 |
| Keyword | รูปแบบการเรียนการสอน, ยุทธศาสตร์การเสริมต่อการเรียนรู้ประสบการณ์การอ่าน, ความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ |
| URL Website | https://joe-edu.rmu.ac.th/ |
| Website title | วารสารครุศาสตร์ มรภ.มหาสารคาม |
| ISSN | 1685-2699 (Print) 2630-0125 (Online) |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านภาษาอังกฤษ 2) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ และ 3) ศึกษาประสิทธิผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 จำนวน 93 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสังเกตพฤติกรรมและแบบทดสอบการอ่าน สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (Dependent Sample) ผลการวิจัย พบว่า 1) ผู้เรียนมีปัญหาด้านการอ่าน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ปัญหาและอุปสรรคในการอ่าน (2) พฤติกรรมการอ่านและ (3) กลวิธีในการอ่าน โดยครูผู้สอนมีความต้องการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความคงทนในการจำ และรู้จักนำยุทธวิธีต่าง ๆ มาใช้ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ 2) รูปแบบประกอบไปด้วย (1) ขั้นวางแผน ประกอบด้วย ความต้องการและความสนใจของผู้เรียน การเลือกสรรบทอ่าน การตั้งจุดประสงค์ของการอ่าน (2) การนำไปใช้ ประกอบด้วย ขั้นก่อนการอ่าน ขั้นการอ่าน และ ขั้นหลังการอ่าน โดยมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ความสามารถด้านการอ่านหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |