|
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติในรายวิชาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 1 สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | อภิเชษฐ์ ศรีสุราช |
| Title | การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติในรายวิชาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 1 สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง |
| Contributor | และ อัจฉริยา พรมท้าว |
| Publisher | Facilty of Education Rajabhat Maha Sarakham University |
| Publication Year | 2563 |
| Journal Title | Journal of Education |
| Journal Vol. | 17 |
| Journal No. | 3 |
| Page no. | 153-164 |
| Keyword | กิจกรรมการเรียนรู้, แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้, ทักษะการปฏิบัติงาน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน |
| URL Website | https://joe-edu.rmu.ac.th/ |
| Website title | วารสารครุศาสตร์ มรภ.มหาสารคาม |
| ISSN | 1685-2699 (Print) 2630-0125 (Online) |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติในรายวิชาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 1 สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง 2) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติในรายวิชาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ 3) เปรียบเทียบทักษะการปฏิบัติ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีที่ 1 สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัดทักษะการปฏิบัติ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Sample) ผลการวิจัย พบว่า 1) แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นสาธิต (2) ขั้นทำตามแบบ (3) ขั้นปฏิบัติ (4) ขั้นเทคนิควิธีการ และ (5) ขั้นเชื่อมโยงความรู้ 2) กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการปฏิบัติที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (X = 4.20, S.D. = 0.48) และมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.75/83.50 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และ 3) นักเรียนมีทักษะในการปฏิบัติ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |